IDEO Morph 38

Spread the love

เรื่อง: คุณสาโรช พระวงค์, ภาพ: คุณนีรนุช ราชกิจ

ในระบบเมืองที่กำลังเติบโตเข้าสู่อ้อมกอดของศตวรรษที่ 21 เข้ามาเรื่อยๆ มีปัจจัยให้ชวนครุ่นคิดถึงปัจจัยของเทคโนโลยีที่ทำให้พฤติกรรมของมนุษย์เปลี่ยนไปอย่างก้าวกระโดด ทั้งเรื่องของวิถีชีวิตของซึ่งส่งผลไปยังแนวคิดในการออกแบบเมือง หรือออกแบบสถาปัตยกรรมในวันข้างหน้า

แนวคิดของผังเมืองในอุดมการณ์แบบเก่าเสนอถึงเมืองที่มีย่านCBDอยู่เป็นไข่แดงใจกลางเมือง แล้วให้ที่พักอาศัยรายรอบอยู่ชานเมือง และขนคนเข้าออกเมืองด้วยระบบขนส่งที่ทรงประสิทธิภาพ แต่ในกรณีนี้นำมาปฏิบัติในบริบทแบบกรุงเทพมหานครยากยิ่ง เพราะเราจะพบกับการที่เหล่าคนทำงานเสียเวลาในการเดินทางราว 3-4 ชั่วโมงต่อวันเป็นอย่างน้อยในการเดินทางเข้ามาทำงานในตัวเมือง เราจึงพบวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่เบื่อรถติด จากการที่กรุงเทพมหานครมีถนนเพียง 8% ในขณะที่สัดส่วนของเมืองและถนนควรจะอยู่ 25 % และอัตราของคนโสดในประชากรไทยมีจำนวนสูงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่กลุ่มที่หาความหมายของชีวิตมากกว่าแต่งงาน และกลุ่มที่จะเลือกผลักชีวิตแต่งงานให้ช้าลง ซึ่งส่งผลให้ขนาดของคำว่า’ครอบครัว’ในนิยามแบบเดิมที่เคยเชื่อกันมาในศตวรรษที่แล้วเปลี่ยนไป ครอบครัวในปัจจุบันมีขนาดเล็กขึ้น ซึ่งปรากฏการณ์นี้เริ่มชัดเจนขึ้นในชนชั้นกลางของไทยมากขึ้นเรื่อยๆ มีการคาดการณ์ถึงปี ค.ศ.2050 ว่าจะมีผู้ค้นเข้ามาอาศัยในเมืองอยู่ถึง 70% และในกรณีของประเทศที่พัฒนาแล้วจะสูงถึง  86% จนเกิดคำที่นักวิทยาศาสตร์เรียกปรากฏการณ์ของเหล่ามนุษย์ที่อพยพเข้ามาในเมืองนี้ว่า’ HOMO URBANUS ’ หรือมนุษย์ในอนาคตผู้อาศัยในชุมชนเมือง อันเป็นสาเหตุจากการย้ายเข้ามาตามแหล่งงาน ซึ่งปรากฏการณ์ที่แยกเมืองขาดจากกันจนเกินไป เราจะพบได้อย่างกรณีศึกษาที่เมืองจัณฑีครห์โดยเลอ คอร์บูซิเยร์ ซึ่งทำให้เมืองส่วนCBDตายในเวลากลางคืน

นอกจากปัจจัยเรื่องการเดินทางและขนาดครอบครัวที่เล็กลงแล้ว ผลกระทบจากน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 ทำให้ยอดขายที่อยู่อาศัยแบบบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม ในย่านชานเมืองมีส่วนแบ่งตลาดที่ลดลงด้วยความกลัวกรุงเทพมหานครจะจมในภาวะน้ำท่วมใหญ่อีกระลอก ในความกลัวนั้นส่งผลให้ยอดขายคอนโดมิเนียมมียอดขายสูงขึ้นสวนกลับบ้านชานเมืองเช่นกัน

ปัจจัยที่ทำให้คอนโดมิเนียมขายดีเป็นลำดับต้นคือการเดินทางที่สะดวก ซึ่งมักอิงไปกับระบบขนส่งมวลชนอย่าง BTS ,MRT อย่างที่เราสามารถเริ่มต้นพบกับอีกคำตอบของการออกแบบอาคารคอนโดมิเนียมที่ซอยสุขุมวิท38 ซึ่งตั้งย่านเยื้องซอยทองหล่อจากปากซอยไม่ไกลจากแหล่งงานของสำนักงานชั้นดี และย่านพักอาศัยระดับสูง เราสามารถลงเดินด้วยเท้าจากรถไฟฟ้าBTSสถานีทองหล่อ ซึ่งจะพบกับสภาพแวดล้อมที่รายรอบด้วยบ้านพักอาศัยชั้นดี อย่างวังรื่นฤดีออกแบบโดยศิลปินแห่งชาติ สมภพ ภิรมย์ บ้านพักอาศัยของผู้บริหารช่องโทรทัศน์ บ้านพักของผู้บริหารบริษัทค่ายเพลงขนาดใหญ่ออกแบบโดยศิลปินแห่งชาติ องอาจ สาตรพันธุ์ ก่อนจะเข้าถึงโครงการ จนเมื่อเดินจากปากซอยมาได้ราว 300 เมตรก็จะพามาถึงกับ’ IDEO Morph 38’เด่นตระหง่านด้วยเอกลักษณ์ของเปลือกอาคารสีเข้มสลับลาย ผสมไปกับเปลือกที่เป็นผนังไม้เลื้อยเกาะไปตามผนังโลหะโปร่ง

‘สถาปนิกสมดุล’คือสำนักงานสถาปนิกผู้ได้เริ่มต้นโจทย์การแก้ปัญหาของ IDEO Morph 38 บนที่ดินแปลงนี้ โจทย์ที่ทางสถาปนิกได้รับจากเจ้าของโครงการคือ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ในปี 2551 การออกแบบคอนโดมิเนียมในให้เป็นก้อนสูง 2 มวล จากแนวคิดออกแบบให้เกิดพื้นที่ใช้สอยมากสุดในย่านพักอาศัยที่มีความสูงโดยเฉลี่ย 2 ชั้นเท่านั้น และความกังวลนอกจากเรื่องออกแบบให้คุ้มกับราคาที่ดินของซอยสุขุมวิท38 ทางออกของการสร้างมวลจึงเริ่มต้นจากการค้นหาคำตอบด้วยการค้นหาจำกัดของการถอยร่นทั้งจากด้านข้างและด้านติดถนน ตัวมวลของอาคารด้านหลัง(Ashton)ถูกร่นไปจากอาคารด้านหน้า(Skyle)ในระยะ 12 เมตรตามกฎหมาย ในส่วนความสูงถูกข้อกำหนดเรื่องกฎหมายที่ความสูงไม่เกิน2เท่าของถนนเป็นตัวกำหนดทำให้เส้นระดับความสูงของมวลทั้ง Skyleและ Ashton สัมพันธ์ไปกับเส้นเฉียงของระยะร่นนี้

จุดที่น่าสนใจที่เราสามารถรับรู้ถึง IDEO Morph 38 คือแนวคิดที่สถาปนิกสมดุลเลือกใช้แนวคิดให้ตัวสถาปัตยกรรมดูเป็นมิตรกับชาวชุมชนในสุขุมวิท38 คือการสร้าง ’Tree bark’ ให้เปลือกภายนอก ที่หากเราพิจารณาถึงผนังภายนอกประกอบด้วย ผนังคอนกรีตหล่อสำเร็จ (precast) ผนังอลูมิเนียมฉีก (expanded meshes) Tree bark หรือเปลือกไม้ยักษ์ที่เป็น single sheet ทำจากต้นพวงทองเครือซึ่งเป็นไม้เลื้อยชอบแสง ซึ่งสถาปนิกจงใจให้ single sheet นี้หุ้มในด้านสกัดของอาคารทั้งสองโดยไหลจากถนนหน้าซอยขึ้นไปยังด้านสกัดอาคาร Skyle ทั้งด้านหน้าและหลังจนผ่านไปยังอาคาร Ashtonที่เปลือกด้านหลัง เพื่อบังแดดในทิศตะวันออก-ตะวันตก แต่ในด้านทิศเหนือ-ใต้เปิดช่องหน้าต่างเต็มที่เพื่อรับวิวฝั่งทองหล่อและฝั่งคลองเตยที่มีแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นฉากหลัง และยังช่วยบัง CDU ของเครื่องปรับอากาศในด้านสกัดแต่ละหน่วย เปลือกของTree barkถูกห่อไปด้วยความสูงกว่า 65 เมตรของอาคาร Skyle และอาคาร Ashton ที่ลามเลื้อยปีนไปหุ้มในความสูงกว่า 130 เมตร

นอกจากความความน่าสนใจของเปลือกในด้านสกัดแล้ว Façade ที่สถาปนิกออกแบบในด้านทิศเหนือและใต้ ที่ใช้วิธี random จังหวะของระแนงบัง CDU ของเครื่องปรับอากาศแต่ละหน่วย ทำให้ระนาบของผนังที่มีขนาดสูงใหญ่กว่า 65 เมตรและ130 เมตร ดูเป็นมิตรขึ้น ในส่วนของการออกแบบสเปซในแต่ละหน่วยเป็นไปอย่างคุ้มค่าที่สุดของชีวิตคนเมืองในสองมวลขนาดใหญ่นี้ โดยแบ่งขนาดการขายพื้นที่ดังต่อไปนี้ ด้านหน้าเป็นอาคาร Skyle สูง 10 ชั้น สเปซเป็นห้องแบบ Duplex มีชั้นลอยในขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 23.2-37.3 ตารางเมตร จำนวน 162 หน่วย การออกแบบพื้นที่ต้องการตอบสนองเป้าหมายที่เป็นคนโสดหรือครอบครัวที่เพิ่งแต่งงาน ในชั้นบนสุดเป็นเพนท์เฮ้าส์แบบ 4 ห้องนอน ห้องนอนทางเหนือออกแบบให้เป็นห้องรับแขกที่มีพื้นยื่นออกไปในอากาศ 2.40 เมตรในฝั่งทิศเหนือ โดยให้ชั้นที่ 10 เป็นส่วนอำนวยความสะดวกของโครงการที่มีสระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกายรับวิวกรุงเทพมหานคร

ด้านหลังเป็นอาคาร Ashton มีทั้งแบบห้อง 1 ห้องนอน ห้องสมุด พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวแบบพิเศษในชั้นที่ 8  ห้องแบบ 1 ห้องนอน 52.5-114.9 ตารางเมตร จำนวน 179 หน่วย ที่มีจุดขายคือส่วนใช้สอยทั้งห้องนอน หรือห้องรับแขกยื่นออกไปในอากาศ 2.40 เมตร พร้อมกับหน้าต่างเปิดมุม 360 องศาให้รู้สึกว่า เบา ลอยอยู่ในอากาศโดยให้ชั้นที่ 32 เป็นส่วนอำนวยความสะดวกของโครงการที่มีสระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกายรับวิวกรุงเทพมหานครด้านฝั่งทองหล่อ สระว่ายน้ำที่ขนาดไม่ใหญ่นักแต่มีจุดน่าสนใจที่ขอบของสระน้ำจะชนไปกับวิวของแม่น้ำเจ้าพระยาในฝั่งคลองเตย และนอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่น business center ไว้ให้ผู้อาศัยคอนโดติดต่อธุรกิจการงานคล้ายกับเป็นห้องรับแขกรวมกับคอนโดมิเนียมนี้

แม้ว่าจะถูกแนวคิดเรื่องออกแบบให้เกิดพื้นที่ใช้สอยมากที่สุดเป็นกรอบในงานนี้ แต่การแก้ปัญหาให้เกิดความเป็นมิตรต่อชุมชนด้วยการสร้างเปลือกที่เป็นธรรมชาติก็เป็นจุดน่าสนใจ และนับเป็นอีกจุดเริ่มต้นที่ทางเจ้าของโครงการเห็นคำตอบร่วมกับสถาปนิกได้มากกว่าออกแบบให้มากที่สุดจนไร้ความงาม

สาโรช พระวงค์ / Xaroj Phrawong

สถ.บ.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และ สถ.ม.มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นอาจารย์ สถาปนิก นักเขียนให้กับหลากนิตยสารและเวบไซต์ ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำและรองคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และอาจารย์พิเศษในสถาบันอื่นๆ

 


Spread the love