นำรูปของงานที่หลายๆท่านว่ากันว่าเป็นงานที่ดีที่สุดชิ้นหนึ่งของ Louis Kahn (จริงๆแล้วแกก็มีผลงานที่ได้สร้างจริงไม่กี่ชิ้น เมื่อเทียบกับสถาปนิกที่มีชื่อเสียงระดับโลกท่านอื่นๆ) บางท่านอาจจะเคยเห็นงานนี้ในหนังสือหลายๆเล่ม หรือ ได้ชมในหนังเรื่อง My Architect ที่ลูกของ Kahn เป็นคนทำเอง คราวนี้เราลองมาดูรูปงานนี้กันอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่งครับ
ก่อนที่จะลืม ท่านที่จะมาเยี่ยมชม Salk Institute นี้ ควรจะมาวันทำงานนะครับ เพราะว่าวันเสาร์ อาทิตย์ และ วันหยุดต่างๆ เขาจะไม่เปิดให้เข้าไปข้างใน ตรง courtyard ที่เห็นในรูปข้างล่างนี้ก็เข้าไปไม่ได้เช่นกันครับ (แต่เดินดูรอบๆนอกได้) และ ขอแนะนำให้ไปชมงานคอนกรีตเปลือยชิ้นเยี่ยมอีกงาน Neuroscience Institute ซึ่งออกแบบโดย Tod Williams Billie Tsien & Associates ด้วยครับ อยู่ไม่ไกลกันมากครับ
 
aerial photo จาก google earth ทางทิศตะวันตกนั่นคือ มหาสมุทร Pacific

zoom เข้ามาดูใกล้ๆอีกนิด อาคารสองหลังทางขวามือนั้นสร้างเมื่อปี 1990 ออกแบบโดย Ashen & Allen
ซึ่งก็คืออาคารนี้นี่เอง ขอบอกว่างานคอนกรีตงานนี้ เนียนและเนี๊ยบมากๆครับ ไม่รู้ว่ามีเทคนิคในการก่อสร้างอย่างไร

ตอนที่ไปนี่ยังไม่รู้เลยว่า Salk Institute นี้เขาทำอะไรกัน กลับมาบ้านแล้วถึงได้มาค้นหาเจอว่า เขาเป็นสถาบันที่ค้นคว้าวิจัยหลักๆแล้ว เกี่ยวกับ
Molecular Biology and Genetics ; Neurosciences ; and Plant Biology รวมไปถึงเรื่องเกี่ยวกับพวกโรคมะเร็ง, Alzheimer, Parkinson และ AIDS ครับ

ที่ระบายน้ำใช้ design คล้ายๆกับอาคารของ Kahn

อาคารของ Kahn อยู่ไกลๆด้านหลังนู่นครับ








คราวนี้เดินมาดูทางด้านทิศเหนือของอาคารเก่าที่ Kahn ออกแบบบ้าง

ดูแล้วก็นึกถึง Tadao Ando ถึงแม้ว่า Ando จะบอกไว้ในหนังสือหลายๆเล่มว่าเขาได้แรงบันดาลใจบางส่วนมาจากงานของ
Le Corbusier และ Frank Lloyd Wright ไม่ค่อยพูดถึง Kahn เท่าไหร่ แต่หลายๆท่านก็เห็นเป็นเช่นเดียวกันว่า งานของ Ando นั้นได้รับอิทธิพลมาจากงานของ Kahn มากพอควร

มุมมองจากสระน้ำทางทิศตะวันตกไปยังมหาสมุทร Pacific วิวดีสุดยอดจริงๆ plaza ตรงนั้นคงมีไว้ให้คนมานั่งทานอาหารกัน

ส่วนที่เป็นไม้นั้นโทรมมากๆครับ (ก็อาคารนี้สร้างตั้งแต่ปี 1962 แล้วนิ)





ภายในส่วนบันไดหนีไฟ

มุมมองจากทางเดินภายในอาคารไปที่ courtyard


และแล้วก็มาถึง courtyard และ plaza อันมีชื่อเสียง ถึงแม้รูปภาพหนึ่งรูปจะแทนคำบรรยายร้อยพัน แต่รูปภาพไม่สามารถแทนความรู้สึกที่ได้ไปยืนอยู่ตรงนั้นจริงๆได้ครับ

ทางน้ำซึ่งดูเผินๆแล้วเหมือนจะไหลไปจบที่มหาสมุทร Pacific

ทางเดินภายใน















มีคนโดดร่มอยู่แถวนั้นด้วยหรือนี่ ?

















มาดูบริเวณทางทิศใต้ของอาคารกันบ้าง

อันนี้น่าจะเป็นส่วนที่สร้างใหม่แต่ไม่แน่ใจว่าคืออะไรครับ

เดาว่าเป็นช่องปล่อย exhaust air (อากาศที่ถูกดูดมาจากภายในอาคาร)




เก้าอี้ตัวนี้นี่ตั้งแต่สมัย Kahn หรือเปล่าเนี่ย


ท่านที่กำลังหา texture ของผนังคอนกรีตเปลือยเอาไปทำ 3D นี่ใช้จากรูปนี้ได้ครับ

มองไปทางทิศตะวันตก

ม้านั่งยังมี detail ที่น่าสนใจ



ย้อนกลับมาดูตรงกลางกันอีกที


สีเขียวๆบนผนัง ตรงที่น้ำตกลงมานั่นไม่ใช่ตะไคร้จับนะครับ แสงสะท้อนจากที่เขาทาสีเขียวๆไว้ภายในสระ






Bye... Salk Institute

ของแถม ถ้าท่านใดมีโอกาสได้มาเยี่ยมชม Salk Institute นี้ ก็น่าที่จะเดิน หรือ ขับรถเข้ามาตรงริมทะเลอีกนิด เขามีการเล่น paraglider กัน (ไม่ทราบว่าภาษาไทยเรียกว่าอะไร) คือ มันเป็นร่มอย่างในรูป แล้วมันก็ลอยขึ้นไปเองได้ด้วยแรงลมที่พัดมาจากทะเล
(ที่เห็นเหมือนคนกระโดดร่มในรูปก่อนหน้านี้ มันคือไอ้นี่นี่เอง)

เขามีบริการให้นักท่องเที่ยวนั่งติดขึ้นไปด้วย แค่คิดตังค์แพงมากครับ ($150 ได้) แต่เห็นคนก็ต่อคิวขึ้นกันเยอะแยะ ทำอาชีพนี้คงรวยไม่เบา (แต่เสี่ยงตายเล็กน้อย)
วิวทะเลตรงนี้ก็สวยดีครับ มีร้านอาหารเล็กๆ ซึ่ง sandwich อร่อยดีเหมือนกัน และได้ชมคนร่อนไปร่อนมาด้วย

คงจะเสียวใช้ได้เลย
จบบริบูรณ์ ขอขอบคุณที่ติดตามมาจนจบครับ
|