Home
Featured Projects
Photo Gallery
All Buildings
Articles
Links
About us
Interviews
Book Reviews

 
 

ชื่อหนังสือ : a+A ฉบับ วีรันดา รีสอร์ทและสปา ที่เชียงใหม่และหัวหิน
Title : a+A, Veranda Resort and Spa, Chiang Mai and Hua Hin
Languages : Thai and English
Published by : Void Publication (สำนักพิมพ์ช่องเปิด)
Reviewed by : Tor

จริงๆแล้วหนังสือเล่มนี้ออกวางขายได้สักพักหนึ่งแล้วตั้งแต่ช่วงประมาณงานอาษาเมื่อต้นปี(2552)นู่น แต่ผมเพิ่งจะมีโอกาสได้เปิดดูอย่างละเอียดนิดหนึ่งเนื่องจากช่วงนี้ต้องทำโปรเจคเกี่ยวกับรีสอร์ทอยู่พอดี ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณพี่ตู่ ที่มอบหนังสือเล่มนี้ให้ และขอบคุณพี่กึ๋นที่ช่วยแบกข้ามน้ำข้ามทะเลมาให้ถึงแอลเอด้วยครับ

หนังสือความหนา 264 หน้าเล่มนี้แบ่งออกเป็นสองส่วนอย่างละเท่าๆกัน ส่วนแรกจะเป็นงาน วีรันดา รีสอร์ทแอนสปาที่เชียงใหม่ และถ้าพลิกกลับอีกด้านจะเป็น วีรันดา ที่อยู่ห่างกันไปอีกภาคของประเทศเลยคือที่หัวหินครับ

มาดูในส่วนของวีรันดา เชียงใหม่กันก่อน หนังสือเล่มนี้อาจจะต่างจากหนังสือที่แสดงงานสถาปัตยกรรมทั่วไปนิดหนึ่งตรงที่ว่า เนื้อหาของหนังสือนั้น แทนที่จะเป็นบทความที่พูดถึงงานนั้นๆ ที่อาจจะเขียนโดย บรรณาธิการ นักเขียน หรือตัวสถาปนิกเอง แต่เนื้อหาเล่มนี้นั้น นอกจากที่จะเต็มไปด้วยรูปถ่ายของโครงการอย่างละเอียดทุกซอกทุกมุมแล้ว จะเน้นไปทางการสัมภาษณ์ พูดคุยกันอย่างค่อนข้างที่จะเจาะลึกกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการนี้โดยตรง
โดยส่วนแรกนั้นจะเริ่มจากการสัมภาษณ์ คุณ วีรวัฒน์ องค์วาสิฏฐ์ เจ้าของโครงการถึงที่มาที่ไป และเหตุผลในการเลือกทำรีสอร์ทตรงนี้ โจทย์ของงานที่คิดเอาไว้ ไปถึงความรู้สึกที่มีต่อทีมออกแบบ

ต่อมาก็เป็นการพูดคุยกันแบบสบายๆของทีมออกแบบจากสามบริษัท โดยมีคุณ สมิตร โอบายวาทย์ สถาปนิก จาก สำนักงานสถาปนิกกรุงเทพ (หรือที่เรียกกันย่อๆว่า OBA) คุณ สมหวัง ลีวาณิชยกุล ภูมิสถาปนิกจาก เบท์ คอลลินส์ และ คุณ พงษ์เทพ สกุลคู สถาปนิกออกแบบภายในจาก ออกัสท์ ดีไซน์ โดยเป็นการพูดถึงการทำงานร่วมกันตั้งแต่เริ่มต้นโปรเจค ซึ่งทำให้มีการประสานงาน ทั้งสามส่วนได้เป็นอย่างดี มีการพูดถึงแนวความคิดเริ่มต้นในการออกแบบที่ว่าอยากให้เป็นเขาพระสุเมรุ ไปจนถึงหนังไทยเรื่องสมเด็จพระนเรศวร ซึ่งเป็นที่มาของกำแพงเมืองภายในโครงการ อีกทั้งยังมีการพูดถึงส่วนที่ถ้าเป็นไปได้ผู้ออกแบบอยากที่จะกลับไปแก้ไขใหม่ อย่างเช่นส่วนของเสาไม้ของอาคารนั้น ไปๆมาๆไม่สามารถใช้เป็นเสาที่รับน้ำหนักโครงสร้างได้ จึงเป็นการติดไว้เหมือนเป็นการตกแต่งเฉยๆเป็นต้น

หลังจากคุยถึงภาพรวมของโครงการแล้ว ก็จะเป็นการสัมภาษณ์เจาะลึกไปในส่วนต่างๆ โดยแบ่งออกเป็น ส่วนงานสถาปัตยกรรม งานภูมิสถาปัตยกรรม สถาปัตยกรรมภายใน และ มีการพูดถึงองค์ประกอบหลักๆของโครงการอย่างเช่น Pavilion (ห้องพัก), Spa, Lobby ซึ่งหลังคาโค้งๆได้แนวความคิดมาจากหนังเรื่อง สุริโยไท และที่นั่งบนหลังช้าง นอกจากตัวงานสถาปัตยกรรมแล้ว หนังสือเล่มนี้ยังพูดถึงแนวความคิดในการออกแบบ graphic และป้ายสัญลักษณ์ต่างๆอีกด้วย

และส่วนท้ายสุดนั้นจะเป็นส่วนแบบพิมพ์เขียว ซึ่งแสดง master plan, plan, รูปด้านและรูปตัด ของแต่ละอาคารในโครงการ สิ่งที่น่าจะมีในส่วนนี้คือ graphic scale (มาตราส่วนบอกระยะ) ที่จะช่วยให้เราสามารถวัดขนาดระยะต่างๆในแบบได้ กับอีกส่วนหนี่งถ้ามีได้คือ แบบขยายรายละเอียดที่สำคัญของอาคาร อย่างเช่นตรงส่วน lobby นั้น ก็คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ต้องการศึกษางานนี้อย่างละเอียดได้ แต่ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะหน้ากระดาษที่จำกัดครับ

มาดูในอีกส่วนหนึ่งของหนังสือคืองาน วีรันดาที่หัวหินกันบ้าง งานนี้เป็นงานที่สร้างเสร็จก่อนวีรันดาที่เชียงใหม่ ในแง่เนื้อหาของหนังสือในส่วนนี้ก็มีลักษณะคล้ายๆกับของเชียงใหม่ โดยเริ่มจากการสัมภาษณ์คุณวีรวัฒน์ เจ้าของโครงการถึงที่มาที่ไปของโครงการนี้ การเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการออกแบบ อย่างเช่น คุณวีรวัฒน์เห็นว่ามีห้องพักบางห้องนั้นหันหน้าเข้าหากำแพง ซึ่งจะทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดีต่อผู้มาพัก เลยเสนอให้มีน้ำตกเพิ่มบริเวณ รอบๆเข้าไป เป็นการแก้ปัญหาเสียก่อนที่สร้างเสร็จแล้วมาตามแก้ปัญหาทีหลัง การตัดสินใจที่จะเก็บต้นไม้เดิมใน site ไว้ทั้งหมด และมีการพูดถึงเหตุผลที่เลือก OBA เป็นสถาปนิก ทั้งๆที่ OBA ไม่ได้มีประสบการณ์ในการออกแบบอาคารประเภทรีสอร์ทมามากนัก

ส่วนอื่นๆของหนังสือก็จะพูดถึงทั้งงานสถาปัตยกรรม ภูมิสถาปัตยกรรม สถาปัตยกรรมภายใน ส่วนประกอบที่สำคัญต่างๆของโครงการอย่าง lobby ซึ่งอันนี้ได้ไอเดียมาจากหลังคาของเรือราชพิธีทางชลมารค อาคารระเบียงเล Pool Villa และอาคาร Veranda Sky ในส่วนของการออกแบบสระว่ายน้ำนั้น ทางทีมออกแบบเหมือนจะได้คุยกันว่า สมัยนี้นิยมออกแบบเป็นสระเรียบๆตรงๆยาวๆ เป็นแบบ infinity edge pool ซึ่งก็มีคนทำไปเยอะแล้ว งานนี้เขาเลยออกแบบให้เป็นรูปทรงอิสระบ้าง และมีการใช้ต้นไม้ใหญ่เข้ามาช่วยในการให้ร่มเงาแก่ตัวสระน้ำ

เนื้อหาในการสัมภาษณ์ของแต่ละส่วนก็ละเอียดยิบพอสมควรเหมือนกับของงานที่เชียงใหม่ครับ ส่วนรูปประกอบนั้นนอกจากจากรูปงานที่สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว ก็ยังมีรูปในช่วงที่ก่อสร้าง study model และ ลายเส้น sketch ด้วยมือของทีมออกแบบ ซึ่งช่วยให้เข้าใจกระบวนการพัฒนาแบบได้ดียิ่งขึ้น ในตอนท้ายเล่มก็มีส่วนที่เป็นส่วนพิมพ์เขียวเช่นกัน ซึ่งก็มี แปลน รูปด้าน และรูปตัด ของอาคารต่างๆ แต่คราวนี้มี graphic scale ให้ด้วย

หนังสือ a+A เล่ม Veranda เล่มนี้ซึ่งก็เป็นเล่มที่สองแล้วของ a+A (เล่มแรกคืองานอาคาร Work Point Entertainment) สามารถนำมาใช้เป็น case study ในการออกแบบอาคารประเภทรีสอร์ทได้เป็นอย่างดี โดยครอบคลุมทั้งรีสอร์ทบนเขา และริมทะเล เนื้อหาภายในทุกๆด้านที่เกี่ยวกับการออกแบบนั้นเน้นไปทางแนวลึกพอสมควร หลายๆเรื่องเป็นการถ่ายทอดประสบการณ์ตรง จากผู้ออกแบบอย่างตรงไปตรงมา ชี้ให้เห็นถึงแนวคิดและปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในขั้นตอนการออกแบบและก่อสร้าง โดยภาษาที่ใช้นั้นค่อนข้างที่จะเป็นภาษาที่ง่ายๆ และไม่ได้มีศัพท์เทคนิคมากจนเกินไป ท่านที่สนใจในงานออกแบบรีสอร์ท หรือกำลังทำการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ หนังสือเล่มนี้น่าจะเป็นประโยชน์ไม่น้อยทีเดียวครับ


 

       
       
  หน้าแรก | โปรเจค | แกลเลอรี่ | บทความ | ลิ้งค์ | เกี่ยวกับเรา | เว็บบอร์ด & ข่าว