Home
Featured Projects
Photo Gallery
All Buildings
Articles
Links
About us
Interviews & Lectures
Book Reviews

   
Project : สักการสถาน พระมารดาแห่งมรณสักขี (Church of the Seven blessed marty)
Location : บ้านสองคอน มุกดาหาร, Thailand
Architect : บริษัท สถาปนิก อัชชพล ดุสิตตานนท์และคณะ
Photos by : คุณสาโรช พระวงค์ [15 photos]

สักการสถาน พระมารดาแห่งมรณสักขี (Our Lady of the Martyrs of Thailand Shrine) หรือที่ติดปากกันว่า"วัดสองคอน" (Church of the Seven Blessed martyrs)ด้วยเพราะวัดนี้ตั้งอยู่ที่บ้านสองคอน อ.หว้านใหญ่ นั่นเอง วัดนี้เป็นวัดในศาสนาคริสต์ นิกายคาทอลิค เมื่อนานมาแล้วในยุคสมัยที่สยามเรามีข้อพิพาทกับฝรั่งเศสนั้นราวสงครามโลกครั้งที่2 ชาวบ้านชาวช่องทั่วไป ก็เข้าใจกันว่าศาสนาคริสต์เป็นศาสนาของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นชนวนให้เกิดการเข่นฆ่าผู้คนที่ถูกเข้าใจว่าเป็นคนของฝรั่งเศส และบุญราศรีทั้ง7ก็ถูกตำรวจนำไปฆ่าด้วยเหตุนี้ เพราะต่างความเชื่อ ต่างศรัทธา และแม้ว่าจะเป็นอันตรายถึงชีวิต เหล่าบุญราศรีก็ไม่ยอมเสียศรัทธาต่อพระองค์ นานและนานต่อมาจน พ.ศ.2532 ทางกรุงวาติกัน ได้ประกาศให้เหล่าผู้พลีชีพทั้ง7แห่งบ้านสองคอน มุกดาหารเป็น บุญราศรีมรณสักขี


ส่วนของสุสานและทางเข้าวัดที่แดงๆและแดงๆด้วยหินทรายแดง

...........ผมมาถึงที่วัดสองคอนตอนราวบ่ายโมงแล้ว space ของวัดสองคอนได้ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ด้วยถนนที่ผ่ากลางวัดให้แบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกเป็นป่าอนุรักษ์ สุสานซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันตก และส่วนที่สองเป็นส่วนที่เป็นที่ตั้งของสักการสถานที่ตั้งไปตามแม่น้ำโขง ส่วนสักการสถานได้ถูกแยก space ออกจากความวุ่นวายจากถนนภายนอก โดยมีกำแพงวงกลมกรุหินทรายแดงรายรอบ เพื่อแบ่งระหว่างspaceภายนอกและภายใน
"มันเป็นยุคของการเบียดเบียนกัน" ชายแปลกหน้าที่ผมพบคนแรกที่หน้าโบสถ์ หลังจากผ่านแนวกำแพงหิน บอกกับผมถึงเรื่องราวเก่าๆของที่นี่ มันอาจจะฟังดูหดหู่ แต่เมื่อลองได้เข้ามาพบกับการใช้วัสดุและscaleที่เกิดขึ้น ตัวสถาปัตยกรรมนี้สามารถบอกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในห้วงนั้นได้ดี ผ่านหินทรายทึบกับกระจกใส พื้นขรุขระภายนอกและพื้นเรียบมันภายใน และเมื่อลองถอยออกมาก็จะพบกล่องหินหนักอึ้งลอยบนกล่องกระจกฉาบด้วยเงาครึ้ม ที่วางบนเสาด้านละ 7 ต้น
..........เดินไปมาๆก็เพลินดี แต่พอมาสุดที่น้ำโขงแล้วมันรู้สึกชื่นใจดี หายเหนื่อยจากนั่งรถปุเลงๆจากในเมืองมาที่สองคอน


ชอบอันนี้ครับ สลัก concept บนหินเลย ไม่มีเลือนกันเลยละ

แนวความคิดในการออกแบบ

เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ.2532 ณ กรุงวาติกัน สมเด็จพระสันตปาปาจอห์นปอลที่2 ได้ทรงประกาศ
อย่างเป็นทางการ ให้คริสตชนชาวไทย 7 คน ผู้พลีชีพเพื่อยืนยันความเชื่อในศาสนาระหว่างสงครามโลก
ครั้งที่ 2 ณ บ้านสองคอน เป็นบุญราศรีมรณสักขี(Martyr)แห่งประเทศไทย ทางอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง
จึงให้ทำการออกแบบก่อสร้างสักการสถานแห่งนี้ขึ้น ณ สถานที่เกิดเหตุ เพื่อรำลึกถึงบุญราศรีทั้ง7
และใช้ประกอบศาสนกิจประจำวันของบ้านสองคอน จำนวน400-500 คน อีกทั้งเป็นสถานที่จาริก แสวงบุญ
ของคริสตชนทั่วไป ทั้งในและต่างประเทศ..............


รูปแรกจากซ้ายมาขวาตามเข็มนาฬิกานะครับ
1.รูปทางเข้า มองจากถนน
2.รูปด้านหลังของที่โถงรำลึกบุญราศรีทั้ง7
3.แม่น้ำโขง มุมมองจากฝั่งไทย
4.ด้านหลังของสัการสถาน มุมมองจากทางแม่น้ำโขง
5.บ้านพักบุญราศรี

พื้นที่โครงการได้แบ่งออกเป็นสองส่วน และมีถนนคั่นกลางที่เราเห็นเป็นเส้นสีแดงตรง
ไปตามแนวทิศเหนือ-ใต้ โดยแบ่งการใช้สอยออกเป็นดังนี้ครับ
1.ส่วนที่อยู่ทางทิศตะวันออก ที่เป็นที่ตั้งของสัการะสถานและบ้านพักบุญราศรีซึ่งเป็นอาคารอนุรักษ์
2.ส่วนที่ทางทิศตะวันตก ด้านซ้ายของถนน เป็นสวนป่าอนุรักษ์ สุสานและกลุ่มอาคารกิจกรรมต่างๆ ตั้งชื่อตามบุญราศรีทั้ง 7

พื้นที่ส่วนสัการสถานได้วางพื้นที่ไว้กลางแจ้งแบบวัดสวนป่า สร้างทางเข้าที่บีบspaceเพื่อสร้างความสำคัญ
กับพื้นที่ โดยใช้กำแพงโค้งที่รายรอบวงกลมสีเหลืองในlay out แล้วเปิดมุมมองสู่แม่น้ำโขง
กล่องของโถงประกอบพิธีเป็นกล่องกระจกใส ถูกครอบด้วยกล่องหินหนักทึบ ที่มีเสาหินด้านละ 7 ต้น
รับน้ำหนัก โดยปล่อยให้แม่น้ำโขงและแนวต้นไม้เป็นส่วนธรรมชาติที่ถูกดึงเข้ามาสังสรร หรรษาในspaceนี้


ตำแหน่งของอาคารได้ถูกวางให้สอดคล้องกับการโคจรของดวงอาทิตย์ ที่แผดแสง ก่อเกิดเงาครึ้ม
เพื่อให้สถานที่ศักสิทธิ์นี้ ทำหน้าที่แปรจากspaceเป็นสถานที่

การใช้องค์ประกอบของ เส้น วัสดุ ล้วนสื่อถึงความขัดแย้งในใจผู้คนที่ศรัทธาต่างกันในห้วงสมัยนั้น
ผ่านผนังหินทรายแดงอันหนาหนักตัดกับกระจกเรียบใส ผ่านพื้นขรุขระภายนอกตัดกับพื้นเรียบเงาภายใน


กำแพงโค้งนี้ละที่กั้นโลกภายในออกจากภายนอก


มองลอดแนวเสาไปแถวๆทิวต้นไม้นั่นก็แม่น้ำโขงแล้วละครับ


แสง-เงา


ภายในโบสถ์ และที่หลังแท่นAltarเป็นผนังกระจกผืนใหญ่ ตั้งขนานไปกับแม่น้ำโขงรอให้แสงสาดผ่านตอนเช้า


แสงและเงาภายในโบสถ์

วัดสองคอน แล้วเสร็จเมื่อปี 2538
ออกแบบโดย บริษัท สถาปนิก อัชชพล ดุสิตตานนท์และคณะ จำกัด
ปี 2539 ได้รับพระราชทานรางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่นเหรียญทอง จาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี จัดโดย ASA (สมาคมสถาปนิกสยาม)
และในปี 2545 ได้รับรางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่นเหรียญทอง จาก ARCASIA

ขอขอบคุณ คุณสาโรช สำหรับรูปถ่ายและคำบรรยายด้วยครับ

     

กรุณาส่งคำแนะนำมาที่ got_arch@yahoo.com

หน้าแรก | โปรเจค | แกลเลอรี่ | บทความ | ลิ้งค์ | เกี่ยวกับเรา