Home
Featured Projects
Photo Gallery
All Buildings
Articles
Links
About us
Interviews & Lectures
Book Reviews

   
Project : Tokyo Midtown
Location : Tokyo, Japan
Architects : SOM, Kengo Kuma, Tadao Ando, Nikken Sekkei, EDAW, Sakakura Associates, Jun Aoki, Fisher Marantz, Buro Happold, Communication Arts
Photos by : Tor [79 Photos]

วันนี้ขอพานำเที่ยวชมโครงการพัฒนาที่ดินที่ลงทุนมากที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น นั่นก็คือโครงการ Tokyo Midtown ครับ ข้อมูลบางส่วนนี้อ้างอิงมาจากนิตยสาร Architectural Record เล่มเดือนพฤจิกายน ปี07 นะครับ Tokyo Midtown นี้เป็น mixed use project ขนาดใหญ่ซึ่งมีพื้นที่โครงการประมาณ 5 แสนกว่าตารางเมตร อยู่ห่างออกไปจากโครงการยักษ์รุ่นพี่อย่าง Roppongi Hills ที่สร้างเสร็จไปก่อนหน้านั้นไม่กี่ปีไม่ไกลมากนัก ย้อนไปเมื่อประมาณปี 2001 แต่เดิม site ของโครงการนี้เป็นหน่วยงานทางทหารของญี่ปุ่นมาก่อน แต่เพื่อให้มีส่วนช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ทางรัฐบาลญี่ปุ่นเขาเลยจัดให้มีการประมูลขายที่ดินผืนนี้แก่เอกชนครับ หลังจากประมูลเสร็จเขาว่าการซื้อขายที่ดินครั้งนี้ มีมูลค่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์ของโตเกียวเลยทีเดียว (ประมาณว่าการซื้อขายที่ดินผืนใหญ่ๆในโตเกียวนั้นเกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งครับ)


Plaza ด้านหน้าโครงการ

กลุ่มอาคารของ Tokyo Midtown นี้ประกอบไปด้วยอาคารหลักๆ 6 อาคารด้วยกัน โดยใช้งานเป็น ออฟฟิส, ที่พักอาศัย, shopping mall, ร้านอาหาร, และ museum โดยจุดประสงค์หลักเขาต้องการให้พื้นที่บริเวณนี้ดูมีชีวิตชีวากันตลอด 24 / 7 กันเลย ดูแล้วบางท่านอาจจะนึกถึงบรรยากาศบริเวณ Rockefeller Center และ 5th Avenue ของ New York
ในส่วนของออฟฟิสทาวเวอร์นั้น SOM จาก New York รับหน้าที่ในการออกแบบไป โดยที่ Sakakura Associates ร่วมกับ Jun Aoki (ที่เป็นสถาปนิกเจ้าประจำของร้าน Louis Vuitton น่ะครับ) ได้ออกแบบอาคารส่วนอพาร์ทเมนต์ มาดูด้าน museum กันบ้าง อาคาร 21_21 Design Sight ซึ่งเป็นสถานที่แสดง exhibit ที่เกี่ยวข้องกับงานออกแบบ+ศิลปะขนาดย่อมเยาว์ ออกแบบโดย Tadao Ando ร่วมมือกับแฟชั่นดีไซน์เนอร์ระดับโลกเช่นกันอย่าง Issey Miyake และอีก museum หนึ่งคือ Suntory Art Museum ได้รับการออกแบบโดย Kengo Kuma


ออฟฟิสทาวเวอร์และโรงแรม Ritz Carlton ออกแบบโดย SOM

ถึงแม้ว่าโครงการนี้จะมีพื้นที่ public space ถึง 40 เปอร์เซนต์ของพื้นที่โครงการ แต่ว่าจุดเด่นอย่างหนึ่งของโครงการนี้อยู่ที่ตัว tower 54 ชั้น ซึ่งส่วนหนึ่งใช้งานเป็นออฟฟิส แต่ชั้นบนๆนั้นเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว Ritz Carlton ด้วยความสูงประมาณ 270 กว่าเมตร อาคารนี้เลยกลายเป็นอาคารที่สูงที่สุดในเมืองแซงหน้าอาคาร Tokyo City Hall ที่ออกแบบโดย Kenzo Tange ไปครับ


Aerial photo จาก Google Earth สมัยที่ยังสร้างไม่เสร็จดี


รูปข้างบนอาจจะดูแล้วเข้าใจยาก diagram นี้จะอธิบายถึงส่วนต่างๆของโครงการได้ดีกว่า แต่อาคารมันไม่ได้วางขนานกันอย่างใน diagram นั้นนะครับ

Master plan ของโครงการนี้ออกแบบโดยสถาปนิกใหญ่เจ้าถิ่นอย่าง Nikken Sekkei ด้วยความที่ตลาดนั้นต้องการพื้นที่ออฟฟิส โดยเฉลี่ยแล้วประมาณ 4,650 ตารางเมตรต่อชั้น และกฏหมายเทศบัญญัติของเมืองเขาบังคับเรื่องที่ว่า เงาของตึกนั้นจะต้องไปพาดอยู่บนตึกชาวบ้านข้างเคียง site ได้ไม่เกินกี่ชั่วโมงต่อวัน เลยกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เขาต้องวาง อาคาร tower ไว้ตรงกลาง site ครับ (ถ้าดูจากผังบริเวณ เขาจะให้ทางทิศเหนือเป็นสวนซะเป็นส่วนใหญ่ เงาจะได้ไปตกบนสวนแทน) จากข้อจำกัดต่างๆ เหล่านี้ ทาง SOM ก็รับหน้าที่มาวางแผนต่อ โดยเขาจัดองค์ประกอบ mass ของอาคาร โดยได้รับแรงบันดาลใจมากจาก สวนหินญี่ปุ่น แทนที่เขาจะวางอาคารต่างๆตามระบบ grid ทื่อๆ ขนานกันไป เขาก็มีการบิดกลุ่มอาคารบ้างเล็กน้อย เพื่อให้ดูน่าสนใจยิ่งขึ้น สถาปนิกเขาบอกว่า เป้าหมายของเขานั้นไม่ใช่แค่การสร้างรูปทรงวัตถุเท่านั้น แต่เพื่อที่จะ create space ให้ผู้คนที่เข้ามาใช้ได้มีความสุขกับตนเอง ส่วนหนึ่งของ plaza ตรงกลางที่เชื่อมอาคารต่างๆเข้าด้วยกันนั้น เขาได้ออกแบบเป็นโครงสร้างหลังคากระจกขนาดใหญ่ รับด้วยเสาเหล็กรูปทรงต้นไม้ และด้านใต้ plaza นี้ก็ประกอบไปด้วยร้านค้าต่างๆ และ ทางเดินที่เชื่อมไปสู่สถานีรถไฟใต้ดินของ Roppogi


ทางลงไปสู่ร้านค้าด้านล่าง และ สถานีรถไฟใต้ดิน

ทางด้าน Landscape นั้นบริษัท EDAW จาก San Francisco รับหน้าที่ในการออกแบบไป EDAW เขาออกแบบโดยการสร้าง greenbelt หรือ พื้นที่สีเขียวรอบๆโครงการ เพื่อเป็นพื้นที่กันชนระหว่างตึกต่างๆในโครงการกับ อาคารพาณิชย์ขนาดเล็กๆรอบๆข้าง เขาได้บอกเพิ่มเติมด้วยว่า ลูกค้าต้องการ landscape ที่เป็นลักษณะแรงๆ โดดเด่น และ ไม่ได้รับอิทธิพลมาจากสถาปัตยกรรมของโครงการนี้ (เลยออกมาเป็นอะไรที่เน้นเส้นโค้งเยอะๆเป็นหลัก ตัดกับสถาปัตยกรรมที่ค่อนข้างจะตรงๆมั้งครับ)

เกริ่นนำกันมาพอสมควร ขอพาไปเที่ยวชมรูปด้วยกัน เริ่มจากโผล่ขึ้นมาจากสถานีรถไฟใต้ดินกันเลยครับ


เมื่อโผล่ขึ้นมาก็จะเจอกับโถงบันไดตรงนี้ซึ่งมีผนังเป็นน้ำตกไหลเอื่อยๆ


detail ราวกันตกตรงนี้


ทางเดินเชื่อมไปสู่ทางออก


ตรงนี้เป็นชั้นใต้ดินซึ่งอยู่ด้านใต้ plaza ด้านหน้าโครงการ


มองขึ้นไปเห็น tower ของ SOM


detail ตรงหัวเสานั้นคาดว่าจะเป็นประตูเลื่อนม้วนลง ที่จะปิดลงมาอัตโนมัติยามเกิดไฟใหม้ เพื่อกันควันลามไปยังบริเวณอื่นๆ (ท่านใดคิดว่าเป็นอย่างอื่น กรุณาอีเมล์มาบอกด้วยครับ)


ตรงชั้นใต้ดินนี้ก็จะมีร้านค้า ร้านอาหาร และ coffee shop อยู่หลายร้านเหมือนกัน


information desk เนื่องจากมาถึงเช้าจัด เลยยังไม่มีใครมาทำงานเลย


ทางขึ้นไปสู่ plaza


skylight ตรงนี้มีน้ำไหลอยู่ข้างบนด้วย


อันนี้คงเป็น 7 ELEVEN ที่หรูที่สุดในโลก คาดว่าป้าย 7 สีแดงๆเขียวๆคงดูไม่เข้ากับตึก ตรงนี้เลยต้องเป็นป้าย stainless แทน :-)


plaza ด้านหน้า


detail


เดินอ้อมมาทางด้านทิศตะวันออกของโครงการบ้าง


detail


detail


ทางเดินชั้นสองเชื่อมกลุ่มอาคารต่างๆเข้าด้วยกัน


ที่เห็นเป็นซี่ๆสีน้ำตาลนั่น เขาว่าได้มาจากซี่ๆไม้ที่ใช้กันบ่อยๆในงานสถาปัตยกรรมญี่ปุ่น (ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอะไรดีครับ)


บริเวณ drop off ของโรงแรม Ritz Carlton


สวนญี่ปุ่น (Hinokicho Park) ทางด้านทิศเหนือของโครงการ


ศาลาริมน้ำ


เก่า - ใหม่ ตัดกันดีจริงๆ


ดูกันชัดๆให้เห็นความเนี๊ยบของช่างฝีมือญี่ปุ่น


sculpture ตรง Midtown Park ข้างๆสวนญี่ปุ่นที่พูดถึงข้างบนครับ


ภายใน sculpture


รถขายอาหารและของที่ระลึก


ประตูทางเข้า Galleria Mall


21_21 Design Sight ที่ว่าออกแบบโดย Tadao Ando กับ Issey Miyake เดี๋ยวจะนำมาให้ดูอย่างละเอียดต่อไปครับ


ทางลงสถานีรถไฟใต้ดินทางทิศตะวันตก


เรียบๆ แต่ดูดี


ป้อมตำรวจยังมีดีไซน์


เดินไปเดินมาก็ครบรอบกลับมาสู่ plaza ด้านหน้าอีกรอบหนึ่ง


ดูกันใกล้ๆกับ detail หลังคากระจก


ใกล้ๆอีกนิด


อีกมุมหนึ่ง


เศษเสี้ยวของแสงอาทิตย์


ทางลง subway ทางทิศตะวันออก


สะพานเชื่อมไปสู่อาคาร Suntory Museum (ทางด้านขวามือ) ออกแบบโดย Kengo Kuma


เข้ามาดูภายใน Galleria mall กันบ้าง การนำน้ำมาใช้ตรงนี้น่าสนใจดี แทนที่จะเป็นน้ำตกหรือน้ำพุ แต่เป็นน้ำวนครับ


ดูกันใกล้ๆ


ภายใน mall ชั้นบนสุดจะเป็นแหล่งรวมของร้านที่ขายของมีดีไซน์ และก็เป็นทางเข้าของ Suntory Art Museum ด้วย พอดีเขาห้ามถ่ายรูป เลยไม่ได้มีรูปภายในของ Museum นี้มาฝากกันครับ


หน้าโถงลิฟท์และทางเข้าห้องน้ำ


หน้าทางเข้าห้องน้ำ โถส้วมของห้างหรูๆของญี่ปุ่นนี่ดีจริงๆครับ มักจะมีระบบทำความอุ่นติดอยู่ตรงที่นั่งด้วย เจออากาศหนาวๆนอกอาคารแล้ว มานั่งส้วมอุ่นๆนี่ แทบไม่อยากลุกไปไหนเลย :-)


detail


เดินไปเดินมา เห็นคนเขาไปนั่ง+ยืนดูอะไรกันเต็มไปหมดตรง curtain wall ใหญ่ๆนั่น ก็เลยไปดูกับเขามั่ง


เขามีการจัดเล่นไฟบนสนามหญ้าตอบรับเทศกาลคริสมาสและปีใหม่น่ะครับ ทำเป็นรูปจักรวาล และ ดวงดาวต่างๆ มันเคลื่อนไหวได้เหมือนกันเป็นจอ LED ขนาดยักษ์เลย


มองมาจากภายนอก


ต้น Christmas แบบ Abstract ?


ด้านใน


กลับเข้ามาในห้างอีกที


เดินกลับมาตรง plaza ตรงกลาง โคมไฟตรงนี้คงเป็นแบบ fiber optic มีการเปลี่ยนสีเคลื่อนไหววูบวาบไปๆมาๆ


เปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ


เนื่องจากเป็นช่วงใกล้ Christmas, ปีใหม่ จึงมีการประดับไฟกันงดงาม


รูปสุดท้ายครับ

ก็นับว่าเป็นอภิมหาโครงการอีกโครงการหนึ่ง ซึ่งช่วยเพิ่มสีสันให้กับเมืองโตเกียวได้ดีทีเดียวครับ เนื่องจากเมืองโตเกียวนั้นเป็นเมืองที่ค่อนข้างจะแออัดพอสมควร การที่มีพื้นที่โล่งๆทั้งสีเขียวและ plaza ต่างๆนั้น ก็เป็นสิ่งที่ผู้คนที่ใช้ชีวิตหรือทำงานอยู่บริเวณนั้นคงจะต้องการเป็นอย่างมาก แต่บางคนก็อาจจะเห็นเป็นอีกด้านหนึ่งคือ เสียดายที่ความเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของโตเกียว ซึ่งประกอบไปด้วยอาคารเล็กๆที่อยู่รวมกันอย่างหนาแน่นนั้น ได้หายไปอีกส่วนหนึ่งแล้ว

บันทึกการเดินทางในโตเกียวของผู้เขียน+แผนที่เล็กๆน้อยๆสามารถดูได้ ที่นี่ ครับ

     

กรุณาส่งคำแนะนำมาที่ got_arch@yahoo.com

หน้าแรก | โปรเจค | แกลเลอรี่ | บทความ | ลิ้งค์ | เกี่ยวกับเรา