Home
Featured Projects
Photo Gallery
All Buildings
Articles
Links
About us
Interviews & Lectures
Book Reviews

   
Project : Rudolph's House
Location : New York, New York, USA
Architect : Paul Rudolph
Photos and story by : ยุทธดนัย + อรสุธา [20 photos]

Paul Rudolph เจ้าพ่อ Brutalism
บทความโดย ยุทธดนัย ดัดแปลงจาก บทความในนิตยสาร DayBed โดย อรสุธา

เย็นวันพฤหัสบดีหนึ่งเมื่อ สอง สาม เดือนที่แล้ว ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมบ้านของสถาปนิก Paul Rudolph ในแมนฮัตตัน ขึ้นลิฟท์ไปถึงในบ้านไม่เจอใครอยู่สักคน เลยถือวิสาสะเดินดูไปเรื่อยๆ จนมีคนทยอยมาอีกสักประมาณ 10 นาทีเจ้าของบ้าน Mr. Ernst ถึงได้โผล่มานำชม

Paul Rudolph เป็นสถาปนิกอเมริกันหนึ่งในแถวหน้าของขบวนการ Brutalism
Brutalist Architecture เป็นสไตล์หนึ่งในงานสถาปัตย์ที่เกิดในช่วง ปี 50-70 โดยได้รับแรงบันดาลใจจากงาน จันดีการ์ ของ Le Corbusier งานสไตล์นี้ส่วนใหญ่เน้นที่รูปทรงเรขาคณิต สเกลใหญ่ๆ มีรายละเอียดที่ซ้ำๆ โชว์พื้นผิวธรรมชาติของวัสดุ ถ้าเป็นอาคารคอนกรีตก็จะโชว์คอนกรีตเปลือย ถ้าเป็นตึกกระจกก็จะมีแต่กระจกไปเลย งานประเภท Brutalism ได้ลดความนิยมลงไปหลังยุค 70 เพราะด้วยสาเหตุหลายๆประการไม่ว่ารูปทรงที่แปลกประหลาดดูไม่เข้ากับสภาพแวดล้อม
(บางตึกจะดูเหมือนยานอวกาศซะด้วยซ้ำ ), หรือการเลือกใช้วัสดุเช่นคอนกรีตเปลือยในสภาพอากาศชื้นเมื่อเวลาผ่านไปตึกจะดูโทรมซะมากกว่าสวย รวมถึงเส้นที่บางมากจนขาดระหว่างงานถูกๆสุกเอาเผากิน กับ งานที่ผ่านการคิดและออกแบบมาดีแล้ว งาน Brutalism ที่พอจะรู้จักกันก็เช่น งานตึกรัฐบาลที่บังกลาเทศของ Louis Kahn , งานออกแบบอาคารในมหาวิทยาลัยต่างๆของ Rudolph เช่น ตึกคณะสถาปัตย์ ที่ Yale, อาคารส่วนใหญ่ที่ University of Massachusetts Dartmouth รวมถึงภาพที่เอามาฝากจากของ Marcel Breuer ที่ Bronx College

งาน Brutalism จากสถาปนิกเช่น Paul Rudolph หรือ Louis Kahn ที่ดีๆนั้น นอกจากการเลือกใช้ฟอร์มเรขาคณิตที่น่าสนใจแล้ว การสร้างที่ว่างและการใช้แสงก็เป็นจุดที่ทำให้งานคอนกรีตเปล่าๆนี้มีคุณค่าต่างจากงานอื่นๆทั่วไป

ในช่วงบั้นปลายของชีวิต Paul ได้ออกแบบและสร้างโปรเจคของตนเองในแมนฮัตตันที่ 246 ถนน East 58 แต่น่าเสียดายที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักกันมากนัก โดย Paul และเพื่อน คุณ Ernst Wagner ( ผู้ซึ่งคัดค้านกับคำว่า Brutalism สุดตัว หรือยกจากคำพูดคุณ Ernst ว่า “ Brutalism my ass!! ” ผู้ซึ่งเหม็นขี้หน้าผมเป็นยิ่งนักเมื่อเผลอไปชื่นชมต่อหน้าว่า คุณ Paul เป็น Brutalism แถวหน้า ) ได้ซื้ออาคารทางการค้ามาปรับเปลี่ยนเป็นอพาร์ทเม้นท์ ใช้เวลาออกแบบและก่อสร้างถึง 14 ปี ตั้งแต่ 1989 เสร็จสมบูรณ์เมื่อ 1996 เพียงหนึ่งปีก่อนที่ Paul จะจากโลกนี้ไป ทิ้งบ้านไว้ให้กับคุณ Ernst เพื่อนรัก บ้านนี้จึงเหมือนเป็นคำสั่งเสียของ Paul ที่มีต่อนักออกแบบรุ่นหลังทั้งหลาย และเป็นอย่างที่คุณ Ernst ว่าไว้ บ้านหลังนี้ไม่ได้ดูเหมือนงานอื่นๆของ Paul Rudolph

อาคารเป็นอาคาร Duplex แบ่งสองส่วนหน้าหลัง โดยแต่ละส่วนสร้างล้อมรอบ Double Height Space ล้อมขอบด้วยบันไดซึ่งเกาะไปกับผนัง เส้นสายสอดสานไปกับเส้นนอนของชั้นหนังสือและชั้นวางของ ถักทอต่อเนื่องสร้างพลังความเคลื่อนไหวหมุนเวียนเป็นเกลียวอย่างไม่มีที่สิ้นสุดภายในที่ว่าง ( ทำให้นึกถึงงานของ M.C. Escher ขึ้นมาตงิด ๆ ) ตัว Paul เองนั้นเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ชื่นชม Frank Lloyd Wright จึงทำให้งานของ Paul มีองค์ประกอบของ Frank จางๆซ่อนอยู่ ซึ่งก็คือการทำลายความเป็นกล่อง การเปิดเหลี่ยมมุมของรูปทรงเรขาคณิตในทางสายตาและความรู้สึก การเน้นเส้นนอนต่อเนื่องเชื่อมที่ว่างซึ่งดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุดอยู่ภายในที่ว่างกลางใจเมืองเนื้อที่จำกัดแห่งนี้ และอีกอย่างนึงที่รู้สึกได้แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอะไร คือ เสกลสัดส่วนซึ่งดูเล็กกว่าปกติ ทำให้ทุกครั้งที่เดินขึ้นบันไดจะต้องห่อตัวสุดขีดด้วยเกรงว่าจะไปทำลายประติมากรรมของ Picasso และหัวจำลองชาวมายัน ของสะสมของคุณ Paul ถล่มลงมาหมด

สิ่งที่น่าทึ่งคือที่ว่าง ในบ้านหลังนี้ไม่มีทางตัน เมื่อมันไหลไปถึงมุมหนึ่ง Paul ก็ได้สร้างช่องให้มันไหลรั่วต่อไปสู่อีกที่ว่างหนึ่ง สร้างมุมใช้สอยได้เหมือนไม่มีที่จำกัด ไม่มีวันเบื่อ แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้น คือ Paul ใช้ปัญหาของคนเมืองส่วนใหญ่ที่ต้องอาศัยอยู่ในเนื่อที่จำกัด ซึ่งก็คือการขาดแคลนที่เก็บของและการจัดการ ( กับของ ) มาเป็นองค์ประกอบหลักในการออกแบบ Paul ใช้ชั้นวางของมาตรฐานทั่วไปและบันไดเป็นตัวกำหนดที่ว่าง ทุกส่วนเล็กๆ ทุกองค์ประกอบพื้นๆในบ้านหลังนี้ได้ถูกไตร่ตรองมาแล้วอย่างถี่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นครัวซึ่งเป็นตัวเชื่อมระหว่าง Duplex แทนที่จะเป็นผนัง Paul กลับสร้างชั้นวางแก้วล้อมขอบขึ้นมา เมื่อไรที่แสงมากระทบ แก้วน้ำที่วางเรียงบนชั้นจะกลับกลายร่างขึ้นมา เป็นม่านแสงกำหนดนิยามของผนัง แบ่งแยกพื้นที่ใช้สอยออกจากส่วนอื่น ... หรือส่วนชานพักบันได ที่ทุกครั้งที่หักเลี้ยวจะเกิดมุมใหม่ๆ ขึ้นมา สร้าง Function เหมือนมีห้องมากมายอยู่ภายในที่ว่างเปิดโล่งนี้

“ Paul รู้สึกเสมอว่าสถาปัตยกรรมต้องการสิ่งของพื้นๆพวกนี้ล่ะมาทำให้มันสมบูรณ์ ” คุณ Wagner พูดขึ้นมา พร้อมกับทำหน้างอนๆเพื่อย้ำว่า อย่ามาเรียก Paul ของชั้นว่า Brutalism อีกนะ .... ผมก็ได้แต่คิดในใจ ครับๆ ก็แล้วแต่คุณลุงจะเรียกแล้วกัน

ขอบคุณเพื่อนยืดและตั้มสำหรับรูปและบทความของงานนี้ครับ

ท่านใดเป็นสมาชิก multiply และอยาก comment เกี่ยวกับงานหรือบทความนี้ เชิญ ที่นี่ ครับ

     

กรุณาส่งคำแนะนำมาที่ got_arch@yahoo.com

หน้าแรก | โปรเจค | แกลเลอรี่ | บทความ | ลิ้งค์ | เกี่ยวกับเรา