Home
Featured Projects
Photo Gallery
All Buildings
Articles
Links
About us
Interviews & Lectures
Book Reviews

   
Project : Price Center (University of California San Diego Student Center)
Location : San Diego, California, USA
Architect : Yasdani Studio of Cannon Design
Photos by : Tor [79 Photos]

สวัสดีครับ โปรเจคที่นำมาให้ชมกันในครั้งนี้เป็นผลงานออกแบบของ Mehrdad Yazdani ซึ่งผู้เขียนก็เป็นมิตรรักแฟนเพลง ที่ติดตามผลงานของสถาปนิกท่านนี้มาอยู่ตลอด (อีกงานหนึ่งที่เคยนำมาลงในเว็บ got arch? นี้คืองาน Santa Monica Police Department) โปรเจคนี้นั้นเป็นส่วนต่อเติมของอาคาร Price Center เดิม ซึ่งเป็นเหมือนศูนย์กิจกรรมของนักศึกษามหาวิทยาลัย University of California San Diego เนื่องจากอาคารเก่านั้นไม่สามารถรองรับจำนวนนักศึกษาที่เพิ่มขึ้นทุกๆปีได้ ในส่วนของร้านอาหารนั้น นักศึกษาไม่มีร้านอาหารและ พื้นที่เพียงพอที่จะนั่งทานอาหาร กลุ่มนักศึกษาจึงได้เสนอโครงการให้มีการสร้างอาคารใหม่ขึ้นมาในปี 2003 ซึ่งก็ได้ผ่านการอนุมัติเป็นอย่างดี


มุมมองจากลานสนามหญ้าด้านหน้าอาคาร

โครงการขนาดพื้นที่ประมาณ 17,500 ตารางเมตรนี้ (ซึ่งใหญ่กว่าของเดิมประมาณสองเท่า) ประกอบไปด้วยร้านอาหารที่เพิ่มขึ้นมา ซึ่งก็มีหลายๆแนวให้เลือก ตั้งแต่ fast food อย่าง Burger King, อาหารอิตาเลี่ยน, อาหารอินเดีย ไปจนถึงร้านขายน้ำ tapioca express (คล้ายๆชาไข่มุก) ที่เคยฮิตกันในบ้านเราน่ะครับ นอกจากนี้ยังมี พื้นที่ส่วนทานอาหารซึ่งใหญ่กว่าของเดิมเยอะ มี grocery store, ร้านตัดผม, พื้นที่ที่ใช้นั่งทำงาน ศึกษา ประชุม ของนักศึกษา, ballroom 2 ห้อง, ที่ทำการไปรษณีย์ และที่เด็ดสุดคือ มีส่วน entertainment center ที่เขาเรียกว่า "The Loft" คือเป็น night club สำหรับนักศึกษา ซึ่งเป็นที่ให้นักศึกษาได้มานัดเจอพบปะคุยกัน หรือ มาผ่อนคลายในตอนกลางคืน แทนที่จะออกไปเที่ยวนอกมหาลัย ไม่แน่ใจว่าจะมีการเสิรฟ์เครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์หรือเปล่า แต่รู้สึกว่าจะมีดีเจเปิดเพลง มีการเล่นดนตรีสดๆ และมี floor ให้นักศึกษาได้โยกย้ายร่างกายกันได้


grand stair ซึ่งนอกจากเป็นทางเดินขึ้นไปสู่ชั้นสองแล้ว ยังเป็นที่ที่ใช้ทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การแสดง การประชุม หรือ แค่นั่งเล่นพบปะพูดคุยกัน

เนื่องจากว่า UC San Diego นี้ไม่ได้อยู่ใกล้กับส่วน downtown ของเมือง ทั้งนักศึกษา และ ทีมออกแบบจึงอยากให้อาคารนี้นั้น เป็นเหมือนศูนย์กลาง หรือ downtown ของมหาลัย เป็นจุดดึงนักศึกษาเข้ามาทำกิจกรรมต่างๆ และ เพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับบริเวณนี้ของมหาลัย


plaza ด้านหน้าอาคาร

เขาว่าในขั้นตอนการออกแบบโปรเจคนี้นั้น สถาปนิกได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับทีมงานของนักศึกษา ซึ่ง 2 ใน 3 ของจำนวนคณะกรรมการที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับอาคารนี้นั้นเป็นนักศึกษา (เป็นเมืองไทยนักศึกษาจะมีสิทธิมีเสียงขนาดนี้ไหมเนี่ยครับ) เพราะฉะนั้นไอเดียหลายๆอย่างที่เกิดขึ้นในอาคารนี้ ก็มาจากนักศึกษานั่นเอง เนื่องจากอาคารนี้นั้นมีขนาดใหญ่พอสมควรทีเดียว ทีมออกแบบเขาจึงได้เน้นในเรื่องการออกแบบหน้าต่าง และ ช่องแสง ให้มากเพียงพอ, มีทางเข้าออกอาคารได้หลายๆทาง, space ที่ใช้ในการ "ดู และ ถูกดู" หลายๆจุด, และ space ที่ค่อนข้างจะสงบเพื่อใช้ในการศึกษา ในแง่การออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อมนั้น เขาก็ได้พยายามที่จะใช้วัสดุ recycle ยกตัวอย่างเช่น ผนังในส่วน ballroom เขาได้ใช้แผ่น MDF ซึ่งเป็นวัสดุที่ค่อนข้างจะ green และ ราคาถูก วัสดุพื้นก็เป็นวัสดุ recycle เช่นเดียวกัน ในด้านการประหยัดพลังงานทำความเย็นนั้น เขาจึงเลือกใช้ระบบที่ปล่อยลมเย็นจากพื้นขึ้นมา แทนที่จะปล่อยจากฝ้าเพดานตามปกติทั่วไป นอกจากนั้นตรงส่วน atrium ของอาคาร ก็มีใช้ skylight เพื่อในแสงธรรมชาติเข้ามาสู่ภายในอาคาร ซึ่งก็่ช่วยประหยัดพลังงานการให้แสงสว่างไปได้พอสมควร ซึ่งเขาว่าอาคารใหม่นี้นั้นใช้พลังงานน้อยกว่า อาคารเดิมถึง 3 เท่าครับ และ อาคารนี้ก็ตั้งเป้าไว้ว่าจะได้รับ Gold LEED Certificate (อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ LEED ได้ ที่นี่ ครับ)


ทางเข้าด้านทิศเหนือ (จะเรียกว่าด้านหลังได้ไหมเนี่ยครับ) ด้านขวามือนั้นเป็นอาคารสำหรับตู้ ATM

งานนี้เป็นงานที่มี space ภายใน และ การออกแบบ mass ของอาคารได้น่าสนใจทีเดียว และเป็นงานที่ได้รับรางวัลพวก design excellence หลายๆรางวัล ตั้งแต่ยังสร้างกันไม่เสร็จเลยครับ เราลองมาชมภาพกันอย่างละเอียดว่างานนี้มันน่าสนใจอย่างไร


aerial photo จาก google earth สมัยที่ตึกยังสร้างไม่เสร็จดี ทางด้านซ้ายมือนั้นเป็น Price Center อาคารเก่าครับ
ถ้าสนใจจะดู diagram ชั้นล่างของอาคารนี้ คลิ๊กตรงนี้ครับ


ด้านหน้า บรรยากาศเงียบเหงาทีเดียว เพราะช่วงที่ไปถ่ายรูปนี้เป็นช่วงปิดเทอมของเขาพอดี


ถนนด้านหน้านี้ปกติแล้วเป็นถนนคนเดิน ไม่ให้รถเข้ามาวิ่ง


Grand stair อีกครั้ง


detail ของหน้าต่าง (เดี๋ยวมีมุมมองจากภายในให้ดูต่อไปข้างล่างครับ)


มีความรู้สึกเหมือนกับว่าตึกสองตึกนี้มันคุยกันอยู่


ตรง plaza ข้างบนชั้นสองมองย้อนกลับลงไปตรงบันได


ลูกเล่นการเจาะช่องแสง


เมื่อเข้ามาจาก plaza ชั้นสองจะเจอโถงตรงนี้ ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับ ballroom


เขามีโมเดลของอาคารนี้วางอยู่ ลองมาดูกันนิดหนึ่งครับ มุมมองจากทิศใต้ หรือด้านหน้า


มองจากด้านหลัง


เสร็จแล้วก็เดินมาตรง atrium ตรงกลาง ซึ่งเป็นเหมือนหัวใจของอาคารนี้


มองไปตรงบริเวณรับประทานอาหารด้านล่าง


skylight ให้แสงธรรมชาติสู่ส่วน atrium นี้ได้ดีพอสมควรทีเดียว


แต่ว่าบริเวณนี้ค่อนข้างจะมืดเล็กน้อย


บันไดไปสู่ชั้น 3 การใช้ฝ้าเพดานตรงจุดนี้เก๋ไม่เบา


ดู detail บันไดนิดหนึ่ง จะเห็นว่างานจะออกไปแนวดิบๆเล็กน้อย สไตล์ southern california
เกร็ดเล็กน้อย : เป็นกฏหมายที่นี่ว่าขั้นบันไดขั้นแรก และ ขั้นสุดท้าย จะต้องมีแถบเตือนที่เห็นได้ชัดเจนตรงแถวๆจมูกบันได (อย่างที่เห็นในรูป) คงเพื่อให้คนที่มีปัญหาทางสายตา ได้ระวังในการขึ้นลงบันไดครับ


บริเวณ lounge อีกหนึ่งจุด ในอาคารนี้เขาว่ามีส่วนที่เป็น lounge อย่างนี้อยู่ถึง 10 จุด


curtain wall


detail


ขึ้นมาดูที่ชั้น 3 กันบ้าง


information counter


ถ้ายังจำจุดที่เจาะช่องแสงแบบแปลกๆจากภายนอกกันได้ ภายในเป็นอย่างนี้แหละครับ


มองไปตรง atrium อีกที ลายที่เห็นบนพื้นเป็นแผ่นสีๆ จัดวางอย่างกระจัดกระจาย และ มีข้อความบางอย่างเขียนอยู่นั้น ออกแบบโดยศิลปินที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่ง (แต่จำชื่อไม่ได้ครับ)


detail ราวกันตก


detail ส่วนปิด expansion joint


บันไดขึ้นไปชั้น 4


ขึ้นมาบนชั้น 4 เจอ graphic ขนาดใหญ่ กลัวคนหาห้องที่เป็น forum ไม่เจอ ส่วนหลังหน้าต่างนั้นคิดว่าเป็นส่วนออฟฟิส


ตรงส่วนนี้คงเป็นห้องประชุม หรือ ที่เขาเรียกว่า forum ล่ะครับ


detail ตรงส่วน fin กันแดดที่เคยกล่าวไว้ตอนต้นครับ


detail ม่านกันแดด

 


กลับลงมาชั้น 3


ฝ้าตรงส่วนนี้ไม่แน่ใจว่าถูกตัดงบ หรือ ตั้งใจเปิดโล่งให้เห็นโครงสร้างเหล็กกับวัสดุกันไฟ


คิดว่าตรงนี้เป็นส่วนที่เขาว่าจะเป็น night club "The Loft" นะครับ (ไม่แน่ใจเหมือนกัน) แต่ว่าเขาปิดอยู่เลยอดเข้าไปเยี่ยมชมเลย


ลงมาดูชั้นล่างสุดกันบ้าง


มีการแขวนป้ายสีสันสดใส eat, shop, play, relax, meet, & belong


บริเวณ study area มีห้องส่วนตัวให้ใช้ด้วย เพื่อความสงบยิ่งขึ้น


ทางเชื่อมไปสู่ส่วนทานอาหารตึกเก่า เทคนิค forced perspective ก็ถูกนำมาใช้เห็นๆกันตรงนี้ล่ะครับ


เหลืองแปร๋นสะใจจริงๆ


ย้อนกลับมาตรงส่วน atrium


ดูข้างนอกกันอีกรอบ


detal fin กันแดด กระจกที่ใช้นั้นเป็น insulated glass ซึ่งใช้สีเข้มพอสมควร และ มีการใช้ลาย screen ช่วย ทั้งนี้เพราะอาคารนี้มีการใช้กระจกเป็นจำนวนมาก จึงต้องพยายามทุกวิธีที่จะลดปริมาณความร้อนที่จะเข้าสู่อาคารครับ


มาดูด้านหลังกันบ้าง


ทางเข้าด้านหลัง


detail


จบบริบูรณ์

ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนจบครับ ถ้าท่านใดมีโอกาสได้ไปเที่ยว San Diego ก็น่าจะแวะที่เมือง La Jolla (ลาโฮย่า ภาษา spanish) ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก donwtown San Diego นัก เพราะว่านอกจากว่าเป็นที่ตั้งของ UC San Diego แห่งนี้ ที่มีงานสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่น่าสนใจเป็นจำนวนมากแล้ว ยังมีงาน Salk Institute ซึ่งออกแบบโดย Louis Kahn และ Neorosciences Institute โดย Tod Williams & Billie Tsien ทั้งสองงานเป็นงานที่เยี่ยมมากๆ ไม่ควรจะพลาดที่จะไปเยี่ยมชมเช่นเดียวกันครับ

ท่านใดเป็นสมาชิก multiply และอยาก comment เกี่ยวกับงานหรือบทความนี้ เชิญ ที่นี่ ครับ

     

กรุณาส่งคำแนะนำมาที่ got_arch@yahoo.com

หน้าแรก | โปรเจค | แกลเลอรี่ | บทความ | ลิ้งค์ | เกี่ยวกับเรา