Home
Featured Projects
Photo Gallery
All Buildings
Articles
Links
About us
Interviews & Lectures
Book Reviews

   
Project : Museum of Design Art and Architecture (MODAA) & Loft
Location : Culver City, California, USA
Architect : Studio Pali Fekete architects (SPF:a)
Photos by : Tor [34 Photos]

เมือง Culver City ซึ่งเป็นเมืองที่โปรเจคนี้ตั้งอยู่นั้น แต่เดิมนั้นเป็นเมืองกึ่งๆอุตสาหกรรม ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก downtown ของแอลเอมากนัก สถาปัตยกรรมในสมัยนั้นก็ไม่ค่อยมีอะไรที่น่าสนใจเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ ถ้าไม่เป็นโกดัง ก็จะเป็นอาคารทางอุตสาหกรรมซะมากกว่า สถาปนิกที่มาบุกเบิกงานในเมืองนี้ยุคแรกๆที่เราพอจะรู้จักกันนะครับ ก็คือ Eric Owen Moss ซึ่งก็มีผลงานที่ดังๆ เช่น อาคาร Stealth, Bee Hive และ อาคารของ LA Phil Harmonic Orchestra ซึ่งทางเว็บเราก็เคยนำมาลงในส่วน gallery ไปแล้ว (ดูได้ ที่นี่ ครับ) แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ เมือง Culver City ได้มีการพัฒนาขึ้นไปมาก ตรงส่วน downtown ของเมือง ก็เริ่มมีร้านอาหาร ผับ บาร์ ที่เป็นแนว hip มาเปิด พวก artist และ สถาปนิก ก็เริ่มย้ายเข้ามา เปิด gallery และ studio กันมากขึ้น จนมีคนคาดกันว่า Culver City นี้จะกลายเป็นแหล่งศูนย์รวมงานศิลปะ แห่งใหม่ของแอลเอในไม่ช้า


มุมมองจากถนนหลัก ทางทิศตะวันตก

อาคารนี้นำมาให้ดูคราวนี้ ถ้าดูที่โปรแกรมแล้วน่าจะเป็นโครงการในฝันของสถาปนิกหลายๆท่าน เพราะเป็นอาคารแบบ mixed use ซึ่งประกอบไปด้วย ออฟฟิสสถาปนิก, Museum of Design Art and Architecture, ร้านอาหาร ตรงส่วนชั้นล่าง และ ที่อยู่อาศัยตรงส่วนชั้นบน เรียกได้ว่าวันหนึ่งอาจจะไม่ต้องไปไหนเลย เพราะตื่นขึ้นมาก็ลงมาทำงานชั้นล่าง กลางวันก็ทานอาหารร้านที่อยู่ติดกับออฟฟิส ใน museum ก็มีงานหมุนเวียนมาให้เยี่ยมชมดูอยู่เรื่อยๆ ตกดึกก็กลับขึี้นไปนอนบนที่พักด้านบน ซึ่งเป็นยูนิตในแบบ loft จำนวนทั้งหมด 8 ยูนิต



โครงการนี้ถือว่าเป็นโครงการบุกเบิกอันหนึ่งของย่านนี้เลยทีเดียว เพราะว่าแถวๆยังไม่เคยมีใครเอา museum มารวมกับที่พักอาศัย ในอาคารเดียวกันมาก่อน ซึ่งผู้พัฒนาโครงการ หรือ developer งานนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกครับ เจ้าของออฟฟิสสถาปนิกที่เปิดอยู่ตรงชั้นล่างนี้เอง ก็คือบริษัท Studio Pali Fekete architects ซึ่งเจ้าของเป็น partner กันสองคนก็ได้ เป็นเจ้าของยูนิตพักอาศัยข้างบนไปคนละอัน แล้วที่เหลือก็ให้พนักงานในบริษัทเช่าบ้าง หรือไม่ก็ขายบ้าง ซึ่งเจ้าของเขาก็ได้ให้สัมภาษณ์ใน Architectural Record ว่า เขาได้ใส่ทุกอย่างที่เขาต้องการเข้าไปไว้ในตึกนี้ แต่อย่างไรก็ตามเขาก็ได้ยอมรับว่า "It's a little bit sick -- I mean you don't have to leave" หรือ ค่อนข้างจะเซ็งเหมือนกัน เพราะแทบจะไม่ต้องไปไหนเลย


Museum of Design Art and Architecture

ส่วนที่เป็นออฟฟิสสถาปนิกตรงชั้นแรกนั้น เขาได้แชร์ lobby ร่วมกับส่วน museum บริเวณที่เป็นที่ทำงานของสถาปนิกนั้นก็จะเป็น space ที่สูงโล่งขึ้นไป ฝ้าเพดานสูงประมาณ 8 เมตร และก็มีการใช้พื้นที่ชั้นลอยเป็นส่วนสตูดิโอไปด้วย ซึ่งในส่วนทำงานนี้ก็จะได้รับ แสงธรรมชาติจากผนังกระจกด้านหน้า ซึ่งสูงพอสมควร และ ทำให้คนที่เดินไปเดินมาริมถนน ได้มีโอกาสเห็นการทำงานของสถาปนิกรวมทั้ง model shop ไปด้วย (แต่คนที่เดินผ่านไปมา อาจจะรบกวนสมาธิ ของพนักงานที่กำลังทำงานอยู่ด้านในไปบ้าง)
ตรงส่วนของ Museum of Design Art and Architecture นั้นมีขนาดไม่ใหญ่มากเท่าไหร่ ขณะที่ไปดูนั้นเขากำลังแสดงงานที่ ชนะการประกวด International Design Award อยู่ ซึ่งผลงานที่หมุนเวียนมาแสดงที่นี่นั้นจะเปลี่ยนค่อนข้างเร็ว ประมาณ 1-3 อาทิตย์ก็จะมีงานใหม่มาแสดงแล้ว ซึ่งเขาก็จะเน้นงานศิลปะที่ไปทางแนวออกแบบซะมากกว่า และก็งานสถาปัตยกรรมต่างๆ
ในส่วนของที่พักอาศัยที่เป็นแบบ loft ที่อยู่ตรงชั้นสองนั้น ตรงส่วนล่างก็จะเป็นพื้นที่โล่งๆ ซึ่งใช้เป็นพี้นที่นั่งเล่น รับแขก ทำงาน และ ทานอาหารอยู่ในบริเวณเดียวกัน และ มีส่วนครัวและห้องน้ำอยู่ด้วย และก็จะมีพื้นที่ที่เป็นชั้นลอย ซึ่งใช้เป็นส่วนนอน ซึ่งวัสดุที่เขาใช้ในส่วน loft นี้ก็จะค่อนข้างดิบๆ คือ พื้นเป็นคอนกรีตขัดมัน และ ไม่มีฝ้าเพดาน โชว์โครงสร้างหลังคา และ ท่อปรับอากาศ


มุมมองจากถนนหลัก ทางทิศตะวันออก

มาดูที่ผนังด้านนอกอาคารกันบ้าง ซึ่งสถาปนิกเขามีแนวความคิดว่าจะให้ผนังภายนอกนั้นเป็นเหมือนงานศิลปะชิ้นหนึ่ง โดยการออกแบบเป็นกล่องๆ ยื่นเข้าๆออกๆ มีการเล่นสีที่แตกต่างกัน และ การตกกระทบของแสงและเงาที่ค่อนข้างน่าสนใจ แต่ว่าดูตอนกลางวันแล้วอาจจะดูไม่สะดุดตามากเท่ากับตอนกลางคืน ซึ่งมีการเล่นกับแสงสีของไฟ ซึ่งช่วยให้อาคารดูมีชีวิตชีวามากขึ้น พวกกล่องๆเหล่านี้นั้นทำมากจาก cement board ยึดติดกับโครงเหล็ก ซึ่งจริงๆแล้วกล่องๆเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นเหมือน rainscreen หรือ ชิ้นส่วนที่ช่วยกันฝนอีกชั้น ก่อนที่จะเข้าไปโดนผนังชั้นใน ซึ่งถือว่าเป็นผนังภายนอกจริงๆของอาคาร (หรือพูดง่ายๆว่า กล่องๆเหล่านี้ก็เป็นเหมือนส่วนตกแต่งของอาคารล่ะครับ ที่มีหน้าที่ช่วยกันแดดและฝนได้บ้าง)


ผนังอาคารซึ่งทำมาจาก cement board

สถาปนิกทั้งสองคนซึ่งก็คือ Pali กับ Fekete นี้ ถึงแม้ว่าเขาอาจจะไม่ได้โด่งดังอะไรมากในระดับโลก แต่ก็เป็นทีมสถาปนิก ที่อยู่เบื้องหลังโครงการใหญ่หลายๆโครงการ (เป็น local architect) เช่น Getty Villa ซึ่งออกแบบโดย Machado and Silvetti ซึ่งทางเว็บเราจะนำมาเสนอต่อไปนะครับ และ Cathedral of Our Lady of the Angel ออกแบบโดย Rafael Moneo ตัวของ Pali นั้น ไม่ได้เรียนจบมาทางสถาปัตย์เลยด้วยซ้ำ แต่ว่ามีความสนใจ และ ได้ฝึกงานร่วมกับสถาปนิกมาเป็นเวลายาวนาน จนได้มาเปิดบริษัทของตัวเองร่วมกับ Fekete ซึ่งก็เป็นตัวอย่างที่ดีของสถาปนิกที่มีความตั้งใจและอดทน ก็จะสามารถประสบความสำเร็จได้ครับ สำหรับโครงการนี้ ซึ่งทั้งสองคนลงทุนไปประมาณ 4 ล้านเหรียญ หรือ ประมาณ 128 ล้านบาท ซึ่งก็เหมือนกับเป็นการพนันครั้งใหญ่ว่า งานนี้เขาจะประสบความสำเร็จหรือไม่ แต่ก็ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะเป็นไปได้ด้วยดี เพราะบริษัทเขาได้รับคัดเลือกให้ไปออกแบบโครงการในลักษณะนี้อีกแห่งใน downtown ของ Culver City ครับ


ดูเหมือนอาคาร 4 ชั้น แต่จริงๆแล้วเป็นอาคารสองชั้น ที่มีชั้นลอยร่วมอยู่ด้วยทั้งสองชั้น


Wilson Restaurant ตอนปิด


Wilson Restaurant ตอนเปิด


บันไดขึ้นไปสู่ส่วนที่พักอาศัย


ด้านหลังอาคาร และ ทางเข้าที่จอดรถใต้ดิน


plastic ใสที่คลุมอยู่ตรงนั้น คาดว่าไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ design


detail


detail ของกระจกที่เป็น double glazing แล้วมาเข้ามุมชนกันแบบ butt joint (คือไม่มีโครงอลูมิเนียมรับด้านหลัง) ก็จะเห็นเป็นแถบสีดำๆอย่างนี้ครับ


กระจกด้านหน้านี้เป็นแบบ double glazing ทั้งหมด เพื่อลดปริมาณความร้อนที่เข้าสู่อาคาร และ ชนกันแบบ butt joint


detail


ด้านหลังตรงส่วนที่จอดรถของออฟฟิสสถาปนิก


กลับมาด้านหน้าอีกรอบ


detail


พื้นที่ผนังด้านหน้าก็ใช้ติดผลงานของบริษัทได้ด้วย เป็นการประชาสัมพันธ์ผลงานของบริษัทได้อีกทางหนึ่ง


ภายใน MODAA


คิดว่าเขาอาจจะใช้ส่วนนี้เป็นห้องประชุมไปด้วยในตัว


ผลงานที่ชนะ international design award


มองไปที่ตรงส่วน lobby และ ออฟฟิสสถาปนิกตรงด้านใน


ผลงาน graphic ที่ชนะ เกี่ยวกับการอนุรักษ์สภาพแวดล้อม ไอเดียดีทีเดียวครับ

เข้าไปดูภาพในส่วนออฟฟิสสถาปนิกและภาพตอนกลางคืนหรือ download pdf ได้ ที่นี่ ครับ (www.spfa.com)
ภาพในส่วน Loft ดูได้ ที่นี่ ครับ
หรือ ดูภาพเพิ่มเติมจาก flickr.com

     

กรุณาส่งคำแนะนำมาที่ got_arch@yahoo.com

หน้าแรก | โปรเจค | แกลเลอรี่ | บทความ | ลิ้งค์ | เกี่ยวกับเรา