Home
Featured Projects
Photo Gallery
All Buildings
Articles
Links
About us
Interviews & Lectures
Book Reviews

   
Project : Getty Villa
Location : Malibu, California, USA
Architect : Machado and Silvetti Associates
Photos by : Tor [108 photos]

คิดว่าหลายๆท่านคงจะได้เคยเห็น Getty Center ที่ออกแบบโดย Richard Meier ผ่านตามาบ้างแล้วนะครับ (ท่านที่ไม่เคยคลิ๊ก ที่นี่ ครับ) แต่ก่อนที่จะมาเป็น Getty Center นั้น ผลงานศิลปะต่างๆที่ J. Paul Getty ซึ่งเป็นอดีตเจ้าพ่อค้าน้ำมันรายใหญ่ได้เก็บ สะสมงานต่างๆของเขาไว้ที่ Getty Villa ที่ Malibu มาก่อน ซึ่งทางเว็บเราได้นำมาเสนอในครั้งนี้กัน
ย้อนไปเมื่อตั้งแต่ปี 1974 ซึ่ง Getty เขาได้สร้างอาคารที่เรียกว่า Getty Villa นี้ขึ้นมาเพื่อไว้เป็นสถานที่เก็บสะสมงานศิลปะของเขา และ ก็เปิดให้ผู้คนเข้าชมด้วย เนื่องจากสถานที่ตั้งอยู่บนหุบเขา และ ค่อนข้างเล็ก ผู้เข้าชมจึงต้องมีการจองล่วงหน้าก่อนจะมา และ จำกัดจำนวนผู้เข้าชมในแต่ละวัน เมื่อมาถึงจุดหนึ่งซึ่งเขามีชิ้นงานศิลปะมากจนไม่พอที่จะเก็บไว้ที่ Getty Villa นี้ เขาจึงได้สร้าง Getty Center ขึ้น และ ย้ายงานศิลปะส่วนใหญ่ไปแสดงที่นั่น และ ปิดซ่อมแซมและปรับปรุงส่วน Getty Villa นี้ ตั้งแต่ปี 1997

บริษัท Machado and Silvetti Associates บริษัทจาก Boston ได้รับเลือกให้เป็นผู้ออกแบบ ปรับปรุง และ เพิ่มเติม พื้นที่ใช้สอยใหม่ๆของ Getty Villa นี้ตั้งแต่ปี 1994 กว่าทั้งหมดของโครงการนี้จะสิ้นสุดลงและได้เปิดให้ใช้อีกครั้งก็ปี 2006 ซึ่งรวมแล้วใช้เวลาทั้งสิ้นในการออกแบบ และ ก่อสร้างถึง 12 ปีทีเดียว

เรามาดูที่ส่วนของ Villa ซึ่งเป็นอาคารเก่าก่อนนะครับ อาคารนี้ Getty เขาอยากได้อาคารโบราณที่เขาเคยไปเห็นมาที่อิตาลี ซึ่งก็คือ Villa dei Papiri เมือง Herculaneum ซึ่งเป็นอาคารตั้งแต่ศตวรรษที่ 1 ซึ่งเป็นซากปรักหักพัง และจมอยู่ในลาวาที่เกิดจากภูเขา Vesuvius ระเบิด ไปประมาณครึ่งหลัง Getty เขาเกิดความประทับใจและอยากนำมาสร้างไว้ที่เมือง Malibu, California นี้บ้าง แกก็เลยไปจ้างสถาปนิกมาออกแบบ เป็นเหมือนอาคารเลียนแบบ (replica) ซึ่งในหลายๆส่วนเขาก็ต้องเดาเอา หรือ ค้นคว้าหาข้อมูลจากอาคารอื่นๆในสมัยเดียวกันนี้

พอมาถึงตอนที่เขาจะ renovate Getty Villa นี้ เขาก็ได้เพิ่มพื้นที่ใช้สอยหลายๆส่วนขึ้นมา เช่น Entry Pavillion, อัฐจรรย์ (Outdoor Theater), Auditorium, Museum, Cafe, Research Facilities และ อาคารจอดรถ ทางสถาปนิก Silvetti (ซึ่งก็สอนที่ Harvard Graduate School of Design) เขาก็ไม่อยากให้ตัวอาคารใหม่เหล่านี้ มีลักษณะเหมือนตัว Villa เพราะต้องการแยกให้ชัดเจนว่า อันไหนใหม่ และ อันไหนเป็นของเก่า Concept หลักๆที่เขาใช้คือ เขาต้องการให้ส่วนที่เกิดขึ้นใหม่นี้เป็นเหมือน "archaeological site" หรือ สถานที่ที่เขาขุดเพื่อค้นหาซากโบราณสถาน หรือ โบราณวัตถุนะครับ ซึ่งเขาบอกว่าโดยรวมแล้ว โครงการนี้เหมือนจะไม่มีชั้นที่เรียกว่า ground floor หรือ ทุกชั้นสามารถเป็น ground floor ได้ เพราะพื้นมันมีการเชื่อมต่อกัน ไปเรื่อยโดยบันไดบ้าง ทางลาดบ้าง จนดูเหมือนยากที่จะกำหนดว่าชั้นไหนเป็นชั้นล่างสุด และ เพื่อให้สอดคล้องกับ concept หลักของเขา ผนังส่วนใหญ่ของอาคารใหม่นี้ เขาได้ออกแบบเป็น "strata wall" คือ มีการใช้วัสดุหลายๆชนิด เช่น คอนกรีตเปลือย ซึ่งถูกสร้างด้วยไม้แบบลักษณะต่างๆกัน หินหลายๆชนิด เช่น travertine จากอิตาลี black marble จากประเทศจีน นำมาเรียงซ้อนๆกัน ให้เหมือนกับที่เวลาเราขุดดินลงไป เราก็จะเห็นชั้นดิน และ ชั้นหิน ที่มีลักษณะแตกต่างกัน

เพื่อให้อธิบายง่ายขึ้น ขออนุญาตพานำทัวร์ Getty Villa นี้ไปกับรูปถ่ายข้างล่างพวกนี้เลยแล้วกันครับ


แผนที่โดยรวมของ Getty Villa ซึ่งเราจะเริ่มจากด้านล่างสุด ตรงสีเหลืองๆ ที่เขียนว่า YOU ARE HERE นี้ ซึ่งเป็น Entry Pavilion และเดินขึ้นไปเรื่อยๆ จนไปเจอ Outdoor Theater (สีม่วง) และ เข้าไปชมส่วน Cafe, Museum Store (สีเขียว) จากนั้น เข้าไปดูในตัว Getty Villa (สีแดง) กันสักนิด แล้วออกมาเก็บตกข้างนอกอีกหน่อยก็เป็นอันจบครับ


ทางเดินไปสู่ Entry Pavilion จากอาคารจอดรถ


Entry Pavilion


ผนังคอนกรีตเปลือย


การใช้วัสดุที่แตกต่างกันหลายๆชนิด


ภายใน Entry Pavilion


เคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์


โถงลิฟท์ และ แผนที่


ตรงผนังของ Entry Pavilion นี้ เปิดช่อง ให้เห็นส่วนหนึ่งของ Getty Villa แบบ วับๆแวมๆ


หินที่อยู่ด้านบนนั้นคือ Onyx ซึ่งเป็นหินที่มีคุณสมบัติพิเศษคือ โปร่งแสง


สถาปนิกเขาอยากให้ได้ความรู้สึกคล้ายๆกับ Acropolis ที่ Athens ประเทศ Greece ใน space ตรงส่วนนี้


หน้าห้องน้ำของส่วน Entry Pavilion


detail ของราวจับ ซึ่งเหมือนจะมีส่วนผสมของ Art Nouveau อยู่หน่อยๆ


pattern ของลายไม้แบบบนบันได


ไฟผนัง สังเกตว่า pattern ของไม้แบบนี้จะเป็นแบบ random คือ มีใหญ่บ้างเล็กบ้าง หรือ เป็นเส้นๆบ้าง


โถงลิฟท์อีกอันหนึ่ง สังเกตการออกแบบที่นั่งซึ่งมี detail ที่น่าสนใจทีเดียว


detail


detail


มุมนี้เป็นมุมที่ชอบที่สุดมุมหนึ่ง (ถึงแม้ว่าจะถ่ายภาพไม่สวย) ไม่แน่ใจว่าเพราะว่าอะไรนะครับแต่ดูเหมือนว่าทางเดินนี้มันจะดูดเราเข้าไป ดูแล้วมันอยากรู้ว่ามีอะไรอยู่ด้านหลังผนังนั้น


ซึ่งเมื่อเดินมาแล้วก็จะเป็นมุมนี้


เจาะช่องมองลงไปตรง plaza ด้านล่าง


ผนังคอนกรีตเปลือยอีกรอบ


เดินไต่บันไดขึ้นไปเรื่อยๆ


เมื่อขึ้นมาถึงบนสุดมองกลับไปก็จะเห็นวิวของ Entry Pavilion อาคารจอดรถไกลๆนู่น และ มหาสมุทร pacific ครับ


มองไปตรงโถงลิฟท์ชั้นบนสุด


detail ของไม้ระแนง หรือ trellis


ที่เขาให้เดินมาเป็นระยะทางพอสมควรนี้ เพื่อเหมือนเป็นการค่อยๆเปิดให้เห็นส่วนของ Getty Villa ทีละหน่อย เหมือนเป็นการ warm up เดินมาเรื่อยๆก็จะมาถึงส่วนที่เป็น Outdoor Theater นี้ และทางขวามือนี้คือ Getty Villa การวางผังตรงจุดนี้ สถาปนิกได้บอกว่า ในสมัยโรมันเขาไม่วาง outdoor theater ประจันกับหน้าบ้านอย่างนี้ ผังนี้จึงบิดเบือนไปจากประวัติดั้งเดิมหน่อย แต่ในด้านการใช้งานแล้ว ผังนี้ค่อนข้าง work ทีเดียว


ส่วน cafe


detail ตรงส่วนหัวเสานี้ เขาพยายามที่จะประยุกต์มาจากหัวเสาแบบโบราณ


courtyard


ภายในส่วน cafe


ชั้นสองของส่วน cafe เป็นห้องทานอาหารของพวก VIP


detail ของฝ้าเพดานในส่วน cafe


ลงจากส่วน cafe มาชั้นล่างเป็นห้องน้ำ


ทางเข้าห้องน้ำ หญิงซ้าย ชายขวา


detail ของลายพื้น ซึ่งต่อเนื่องขึ้นไปส่วนฐานของผนัง


courtyard มองจากชั้นล่าง


museum store


ภายใน museum store


ทางด้านซ้ายมือนี้คือ auditorium


ภายใน foyer ของ auditorium


ด้านบนของส่วน skylight


บันไดนี้ไปสู่ส่วนที่เป็นบ้านพักตากอากาศดั้งเดิมของ Getty ด้านบน


ในแต่ละวันเขาจะมีการพาเดินชมและบรรยายเกี่ยวกับ Getty Villa นี้วันละหลายๆรอบ โดยไปรวมกันตรงหน้า Outdoor Theater


ภายใน Getty Villa ห้องแรกที่เจอนี้เป็นเหมือนห้องรับแขก มีส่วนที่เปิดโล่ง เพื่อให้ฝนตกลงมาสู่สระน้ำเล็กๆ ภายในได้ และ ให้แสงสว่างสู่ภายในห้องด้วย


ตรงกลางบ้านนั้นเป็น court ซึ่งมีการจัดสวนแบบ formal garden คือ symmetry (สมมาตร) ทั้งแกน x และ แกน y


หัวเสารอบๆนี้เป็นแบบ Ionic (นึกถึงวิชา History of Arch)


ส่วนบันไดนี้ ดั้งเดิมมันเล็กเกินไป เขาจึงออกแบบใหม่ให้ใหญ่ขึ้น และ รูปแบบหลุดไปเลย


ไม่แน่ใจนะครับว่าจะเรียกว่าสไตล์อะไรดี


เดินลอดใต้บันไดมาจะเป็นส่วนหย่อม ซึ่งตรงนี้คนโบราณเขาไว้ใช้นั่งเล่นกันภายในครอบครัว หรือ รับแขกก็ได้ แต่เขาห้ามคนรับใช้เข้ามายุ่มย่าม


ตรงนี้เหมือนเป็นห้องทานข้าว ซึ่งจะสังเกตว่าหินลายพร้อยมาก ซึ่งสมัยก่อนเขาว่า ยิ่งหินมากประเภท และ หายาก ยิ่งแสดงถึงความรวยของเจ้าของบ้าน


ตรงออกมาจากห้องนั้นก็เป็นสระน้ำพุขนาดยาว สระน้ำนี้ลึกได้แค่ 17 นิ้ว เพราะถ้าเกินนั้น เทศบัญญัตกำหนดว่าจะต้องมีรั้วรอบ เพราะกันเด็กตกลงไปจมน้ำตาย


จริงๆแล้วไม่ค่อยอยากลงภาพเหล่านี้เพราะเกรงว่าจะมีเจ้าของหมู่บ้านในเมืองไทย นำไปสร้างเป็น club house


ด้านข้างของ Villa ทำสวนพืชสมุนไพร เลียนแบบสมัยโรมัน


เดินขึ้นไปชั้นสองของ ส่วน villa ซึ่งมีการแสดงผลงาน ศิลปะต่างๆ


ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นปฏิมากรรม จะเห็นได้ว่ามีการใช้แสงธรรมชาติจาก skylight ช่วยให้ปฏิมากรรมดูมีชีวิตชีวาขึ้น


ห้องนี้เป็นห้องของเด็ก ซึ่งให้เด็กมา เล่น ทดลอง และ ทำกิจกรรม ต่างๆ


เครื่องปั้นดินเผาลาย GOT ARCH?


exhibition เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของตะวันตก


ผนังด้านนอกที่สถาปนิกเขาพยายามให้เป็น strata wall โดยการใช้วัสดุหลายๆชนิดมาเรียงกันเป็นชั้นๆ


detail


เมื่อเดินจนรู้สึกเหนื่อย ก็ต้องขอตัวลากลับละครับ


กลับมาที entry pavilion อีกที


detail กันสาดของลิฟท์ตรงอาคารจอดรถ

ท่านใดที่มีโอกาสได้มาเที่ยวแอลเอ ก็ไม่น่าพลาดที่จะมาชม Getty Villa นี้ด้วยนะครับ แต่ว่าต้องจองมาก่อนทาง Internet หรือ โทรศัพท์นะครับ เพราะเขาจำกัดจำนวนผู้เข้าชมในแต่ละวัน ไม่เสียค่าเข้าชมครับ แต่เสียค่าที่จอดรถ ($8 ขณะนี้)
ดูภาพถ่าย(แบบมืออาชีพ) และ ข้อมูลเพิ่มเติม ได้จากเว็บของสถาปนิก ที่นี่ ครับ

ขอบคุณที่อ่านมาจนจบครับ

     

กรุณาส่งคำแนะนำมาที่ got_arch@yahoo.com

หน้าแรก | โปรเจค | แกลเลอรี่ | บทความ | ลิ้งค์ | เกี่ยวกับเรา