Home
Featured Projects
Photo Gallery
All Buildings
Articles
Links
About us
Interviews & Lectures
Book Reviews

   
Project : The New Children's Museum
Location : San Diego, California, USA
Architect : Rob Wellington Quigley
Photos by : Tor [26 Photos]

สวัสดีครับ วันนี้นำงานพิพิธภัณฑ์เด็กที่เพิ่งเปิดใช้มาได้ไม่นานของเมือง San Diego มาให้ชมกัน งานนี้ออกแบบโดยสถาปนิกท้องถิ่น ชาว San Diego ที่ชื่อว่า Rob Wellington Quigley, FAIA งานนี้เป็นงานที่มีแนวความคิดในการออกแบบที่น่าสนใจทีเดียว และเป็น museum ที่นับได้ว่า "green" ที่สุดอีกอาคารหนึ่ง
ไอเดียแรกๆนั้นเริ่มมาจากผู้บริหารของโครงการนี้ อยากให้อาคารนี้มีลักษณะคล้ายๆกับ artist loft (พวกโรงงานหรือโกดังเก่าๆ ที่ศิลปินเขามาดัดแปลงเป็นสตูดิโอกับที่อยู่อาศัย) และเป็นสถานที่ที่กระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ และมีชีวิตชีวา ทางสถาปนิกเขาเลยได้ออกแบบโดยให้มันออกมาเหมือนโกดัง หรือ warehouse จริงๆ แต่ก็เป็น fun house ไปในตัวด้วย โครงสร้างหลักๆของอาคารนี้ประกอบด้วย tilt-up concrete wall (ผนังคอนกรีตที่หล่อที่พื้นก่อน จนมันเซ็ทตัวแล้วค่อยยกตั้งขึ้น มาเป็นผนัง) 4 อันเรียงแถวกัน โดยเขาได้ทิ้งพวกโครงเหล็กชั่วคราวที่เป็นตัวค้ำยันผนังเอาไว้บางส่วนด้วย เพื่อให้เด็กเรียนรู้ถึงเรื่อง แรงดึงดูดของโลก (ถ้าไม่มีตัวค้ำยันเหล่านี้ ผนังมันก็จะล้มลงมาน่ะครับ) และก็เป็นการประหยัดค่าก่อสร้างไปในตัวด้วย และอีกเหตุผลที่เขาเลือกใช้ tilt-up concrete wall นี้ก็เพราะว่ามันเป็นผนังที่ทำความสะอาดง่าย เขาไม่ได้ต้องการให้อาคารนี้ดูหรูอะไร และ เด็กๆเขาก็จะมีกิจกรรมการละเลงสีกันเลอะเทอะอยู่แล้ว ผนังแบบนี้จึงเหมาะสมดี ตรงข้างหน้าอาคาร จะมีผนังหนึ่งที่เหมือนจะล้มลงมาด้านหน้า เขาว่ามันเหมือนกับว่าอาคารนี้ มันไม่สามารถที่จะรองรับกิจกรรมมันส์ๆภายในได้อีกต่อไปแล้ว


มุมมองจากทางทิศตะวันออกเฉียงใต้

อาคารหลังนี้มี 3 ชั้นขนาดใหญ่ประมาณ 5,000 ตารางเมตร ประกอบไปด้วย ส่วน gallery ต่างๆ, ร้านค้า, cafeteria , พื้นที่สำหรับกิจกรรม , พื้นที่สำหรับจัดการแสดงเอนกประสงค์ และ ส่วนสำนักงาน, นอกจากนี้เขายังใช้พื้นที่บางส่วนของอาคารนี้เป็น โรงเรียนสำหรับเด็ก ป.3 - ป.6 เมื่อเทียบกับบ้านเราแล้วอีกด้วย (โรงเรียนนี้คงเน้นให้เด็กเป็นศิลปิน)


ภาพถ่ายทางอากาศจาก google earth ด้านล่างทางทิศใต้เป็นสนามเด็กเล่น

สถาปนิก Rob Quigley เขาได้ทำงานร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับ Professor Paul Linden แห่งมหาวิทยาลัย University of California San Diego เพื่อที่จะออกแบบอาคารนี้ ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่สุด เขาว่าพื้นที่มากกว่าครึ่งหนึ่งของอาคารหลังนี้ ไม่ต้องใช้ระบบปรับอากาศเลย (ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะว่า San Diego เป็นเมืองชายทะเล และ site นี้ก็อยู่ห่างจากทะเลไปไม่กี่ร้อยเมตร ซึ่งอากาศค่อนข้างจะเย็นสบายตลอดทั้งปี) เรามาดูกันนิดหนึ่งว่าอาคารหลังนี้เขาคิดเรื่อง green กันอย่างไรบ้างครับ (จะว่าไปแล้วก็คล้ายๆกับอาคารอื่นๆที่เคยนำมาให้ชม แต่ก็ขอพูดซ้ำอีกทีครับ และก็หนังสือพิมพ์ Union Tribune เขาทำรูปประกอบเกี่ยวกับอาคารนี้ พร้อมทั้งส่วนประกอบที่เป็น green ไว้ได้ดีมาก ดาวน์โหลด pdf ได้ ที่นี่ ครับ)

- อันแรกเลยคือ เขามีการติดตั้ง solar panels บนหลังคาที่มีลักษณะเหมือนฟันเลื่อย ซึ่งก็หันหน้ารับแสงแดดทางด้านทิศใต้ได้เต็มๆ
- การใช้วัสดุที่มาจากการ recycle ยกตัวอย่างเช่น พรม, กระเบื้องห้องน้ำ และ ผนังกั้นห้องน้ำ เป็นต้น

- โถปัสสาวะเป็นแบบไม่ต้องใช้น้ำ ก็ช่วยประหยัดน้ำไปได้ 1.5-3 แกลลอนต่อการใช้หนึ่งครั้ง
- Glass tower ตรงกลางอาคารสูงประมาณ 30 เมตรนั้น เป็นเหมือนปล่องอากาศที่ช่วยทำให้ภายในอาคารเย็นลง เนื่องจากแสงแดด จะทำให้ตรงส่วนบนของตัว tower นี้ร้อน และมันก็จะช่วยดึงอากาศร้อนด้านล่างในอาคารขึ้นไปสู่ด้านบน และ ให้อากาศเย็นเข้ามาแทนที่ภายในอาคาร หรือ ที่ภาษาทางเทคนิคเรียกกันว่า stack effect น่ะครับ

- Clerestory windows หันรับแสงธรรมชาติ indirect light ทางทิศเหนือ และก็ผนังกระจกทางทิศตะวันออก ก็ช่วยลดการใช้พลังงานสำหรับการให้แสงสว่างภายในอาคารไปได้มากพอสมควร ช่องเปิดตรง clerestory มีส่วนช่วยในการระบาย อากาศร้อนออกไปจากอาคารด้วย
- เขามีการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการเฝ้าดูสภาพอากาศภายในอาคาร และเป็นตัวควบคุมพวกการเปิดปิดของช่องเปิดต่างๆของอาคาร เพื่อให้เหมาะสมกับอุณหภูมิภายใน


มุมมองจากทางทิศตะวันตกเฉียงใต้

สถาปนิกเขาบอกว่า ถึงแม้ภายนอกของอาคารเขาจะออกแบบให้ค่อนข้างที่จะมีชีวิตชีวา ซึ่งก็จะเห็นได้จากการใช้วัสดุ และ สีสันที่หลากหลายมาก แต่ภายในนั้นเขาได้ออกแบบให้เป็นเรียบๆและ กลางๆซะมากกว่า เขาเปรียบเทียบเหมือนกับว่า อยากจะให้มันเป็นกรอบรูป เสียมากกว่าตัวรูปภาพซะเอง และ เขาอยากให้อาคารนี้นั้นช่วยส่งเสริมงานศิลปะ ที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น และ ความมีอิสระในการสร้างผลงาน จาก Picasso ตัวน้อยๆทั้งหลายที่จะเข้ามาใช้อาคารนี้
เสียดายที่ไม่ได้มีโอกาสเข้าไปเก็บภาพภายในอาคารนี้ เพราะไปถึงตอนเขาปิดพอดี แต่สามารถเข้าไปดูภาพที่คนอื่นเขาถ่ายไว้ได้ ที่นี่ ครับ


ดูใกล้ๆอีกนิด


บริเวณที่เป็นสนามเด็กเล่นทางทิศใต้ของอาคาร ที่เห็นเป็นพื้นสีเทาๆนั้นดูเหมือนจะแข็ง แต่เป็นวัสดุสังเคราะห์ที่นุ่มๆครับ


Tilt-up concrete wall ที่เอียงออกมาที่พูดถึงไว้ข้างบน


canopy ตรงทางเข้า


ประตูทางเข้าหลัก ส่วนนี้ที่เขาเรียกว่า pink bridge ดูภาพภายใน ที่นี่


นี่คงเป็นตัวค้ำยันของ tilt-up wall ที่เขาว่าเหลือไว้


มีการใช้วัสดุครบทุกอย่าง รวมทั้ง fabric roof


กล้องโบราณ


ผลงานการละเลงสีบนรถโฟล์คของเด็กๆ


ผนังกระจกทางทิศตะวันออก


แอบถ่ายเข้าไปข้างในนิดหนึ่ง ได้อารมณ์ warehouse จริงๆ


ภาพสุดท้ายแล้วครับ ขอบคุณครับที่ติดตามมาจนจบ

ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บของสถาปนิก http://www.robquigley.com/childrens_museum.html

ดูภาพภายในเพิ่มเติมจาก flickr.com

ท่านใดเป็นสมาชิก multiply และต้องการ comment เกี่ยวกับงานนี้เชิญ ที่นี่ ครับ

     

กรุณาส่งคำแนะนำมาที่ got_arch@yahoo.com

หน้าแรก | โปรเจค | แกลเลอรี่ | บทความ | ลิ้งค์ | เกี่ยวกับเรา