Home
Featured Projects
Photo Gallery
All Buildings
Articles
Links
About us
Interviews & Lectures
Book Reviews

   
Project : Beijing Olympic Stadium
Location : Beijing, China
Architect : Herzog & de Meuron
Photos from : Flickr.com [23 photos]

เพื่อให้เป็นการเข้ากับบรรยากาศวันนี้ ซึ่งเป็นวันที่มีพิธีเปิดมหกรรมกีฬาโอลิมปิก (นอกจากจะเป็นวันที่มีเลขซึ่งมีความหมายดี สำหรับชาวจีนแล้ว เพราะว่าเป็นวันที่ 8 เดือน 8 ปี 08 และยังบังเอิญตรงกับวันศุกร์อีก ซึ่งคนทำงานหลายๆคนก็จะมีความสุขวันนี้ เพราะเป็นวันสุดท้ายของการทำงานในสัปดาห์ซะที อย่างน้อยก็ผมคนหนึ่งล่ะครับ) ทางเว็บเราก็จะนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับสนามกีฬา ที่ใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีเปิด ปิด และ การแข่งขันกีฬาหลายๆประเภทในโอลิมปิกครั้งนี้ ก่อนอื่นต้องขอออกตัวว่า ไม่เคยไปเยี่ยมชม สนามกีฬานี้มากับตา ข้อมูลที่นำมาลงเว็บในครั้งนี้บางส่วนก็จะอ้างอิงมาจากนิตยสาร architectural record เล่ม 07/08 นะครับ ถ้ามีข้อผิดพลาด หรือ เข้าใจผิดประการใดก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ
หลายๆท่านคงเคยได้ยินชื่อเล่นของสนามกีฬาแห่งนี้ในปักกิ่งกันมาบ้างแล้ว ซึ่งก็คือ "Bird's Nest" หรือ รังนกนั่นเอง ซึ่งในจีนนั้นเขาถือว่าเป็น ของมีราคา และ เป็นของหวานที่มักจะรับประทานกันในโอกาสสำคัญๆ และไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจอย่างไร หรือเปล่านะครับ เพราะในปักกิ่งก็มีอาคารอีกหลัง ที่มีชื่อเล่นว่า "The Egg" หรือ อาคาร National Performing Arts Center ซึ่งออกแบบโดยสถาปนิกฝรั่งเศส Paul Andreu ก็ไม่รู้ว่าในอนาคตจะมีใครออกแบบอาคารเป็นรูป นก กา หรือ ไก่ ขึ้นมา เพื่อให้ครบองค์ประกอบหรือเปล่านะครับ


The Bird's Nest, Olympic Stadium,
photo from flickr.com by ullrich.c (some rights reserved)

กลับเข้าเรื่องนิดหนึ่ง เขาว่า Herzog & de Meuron ได้ออกแบบ และ พัฒนาแบบงานนี้ร่วมกับ ศิลปินจีน Ai Weiwei (ที่มีชื่อเสียงมาจากงานที่เขาทุบแจกันสมัยราชวงศ์ฮั่นแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย) ซึ่งเขาได้แสดงให้สถาปนิกเห็นถึงการผสมผสาน ระหว่างความเก่า กับ ความใหม่ และ นำเสนอไอเดียต่างๆตลอดขั้นตอนการออกแบบ Herzog ถึงกับบอกว่า เขาได้เรียนรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงในด้านงานศิลปะของจีน อย่างที่เรียกว่าหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว และ อีกท่านหนึ่งซึ่งมีบทบาทสำคัญในงานนี้ก็คือ Li Xinggang ซึ่งเป็น chief architect ของ China Architecture Design and Research Group (ซึ่งเป็น local architect นั่นแหละครับ) ซึ่งในการประชุมกับ Herzog เมื่อปี 2003 นั้น Li ได้บอกกับสถาปนิกว่า เขาควรจะหลีกเลี่ยงการออกแบบ facade ของอาคารในแบบที่ Herzog เคยทำมา ซึ่งหลายๆคนก็อาจจะทราบดีนะครับ ว่า Herzog & de Meuron นั้นเป็นสถาปนิกในแนว "skin architects" (ที่เน้นเรื่องการนำวัสดุที่น่าสนใจ มาใช้เป็นเปลือกอาคาร) Li กล่าวต่อไปว่า ถ้าเขาส่งประกวดแบบในแนวนั้น คนจีนคงจะรับไม่ได้ เขาว่าประเทศจีนต้องการอะไรที่แปลกใหม่สำหรับสนามกีฬาที่สำคัญมากๆแห่งนี้ ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เข้าทาง Herzog พอดี เพราะเขาก็ไม่ต้องการที่จะออกแบบอะไรแนวเดิมๆอยู่เหมือนกัน


photo from flickr.com by televiseus (some rights reserved)

ทีมออกแบบก็เริ่มต้นด้วยการศึกษาเครื่องปั้นดินเผาจีนก่อน Herzog บอกว่า เขาอยากให้สนามกีฬาแห่งนี้เป็นเหมือนศูนย์รวมผู้คน หรือ เป็นเหมือน "ชาม" หรือ "เรือ" สาธารณะ แต่ว่าเขาก็อยากให้อาคารนี้มีลักษณะโปร่งและพรุนด้วยเช่นเดียวกัน เพื่อให้มีการเปิดโล่งไปสู่สภาพแวดล้อมรอบๆอาคาร ทีนี้เขาก็เลยเริ่มมาศึกษาถ้วยชามก่อน และ ไปๆมาๆ ก็มาจบลงที่แบบที่เป็นรังนกนี้เองครับ
ช่วงที่เขาออกแบบสนามกีฬาโอลิมปิกแห่งนี้ อีกอาคารหนึ่งของเขาก็กำลังก่อสร้างอยู่ นั่นก็คือ สนามฟุตบอล Allianz Arena ที่ Munich ซึ่งงานนั้นเขาได้ใช้วัสดุ ETFE (Ethylene Tetrafluoroetylyne) ห่อหุ้มโครงสร้างที่แท้จริงของสนามกีฬา แต่สำหรับงานที่จีนนี้ Herzog ต้องการที่จะไปอีกแนวหนึ่งเลย คือเขาจะเปิดให้เห็นโครงสร้างที่แท้จริงของอาคาร
ถึงแม้ว่าส่วนที่เห็นเป็นรังนกจะเตะตามากกว่าส่วนอื่นๆ แต่จริงๆแล้ว อาคารนี้มีโครงสร้างหลักๆสองส่วนนะครับ ซึ่งส่วนแรกนั้นเป็นเป็นเหมือนชามคอนกรีตทาสีแดงขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นส่วนที่นั่งชม และอีกส่วนหนึ่งคือส่วนที่เป็นรังนก ซึ่งเป็นโครงสร้างเหล็กที่ถักทอห่อหุ้มอยู่ภายนอก Herzog บอกว่า เราสนใจในเรื่องความสลับซับซ้อน และ การตกแต่งประดับประดา แต่ในทางที่เราจะเห็นได้ในงานสถาปัตยกรรมยุคโกธิค ซึ่งโครงสร้าง และ การตกแต่งนั้นคือสิ่งเดียวกัน
นอกจากอาคารนี้จะดูคล้ายๆรังนกแล้ว Herzog เขาบอกว่า เขาเหมือนจะได้ไอเดียบางอย่างมาจาก รอยแตกลายงา ของเครื่องปั้นดินเผาจีน Li (local architect ที่กล่าวไว้ข้างต้น) บอกว่า ความบังเอิญนี้ไม่ใช้เรื่องตื้นเขิน เขาว่าทำไมถ้วยชามจีน หรือ ลวดลายหน้าต่างของจีนถึงมี pattern อย่างที่เห็นนั้น บางทีคนจีนอาจจะชอบอะไรที่ ดูแล้วเหมือนจะไม่เป็นระบบระเบียบ แต่ลึกๆแล้ว มันมีกฏเกณฑ์ชัดเจนแอบซ่อนอยู่


photo from flickr.com by pierre lascott (some rights reserved)

ซึ่งถ้าเราดูอาคาร Bird's Nest นี้ใกล้ๆ ภายใต้ pattern ที่ดูจะมั่วๆนี้ จะมีระบบระเบียบซ่อนอยู่เช่นเดียวกัน รอบๆสนามนั้น จะมีโครงสร้างเสาทั้งหมด 24 ต้น ซึ่งตัวเสานี้มีลักษณะเป็นโครงสร้างแบบ space truss ซึ่งเมื่อสูงขึ้นไปด้านบน ตัว space truss นี้ก็จะโน้มลงมาเป็นโครงสร้างหลังคาไปด้วย และ ระหว่างโครงสร้าง space truss ทั้ง 24 อันนี้ ก็จะมีโครงเหล็กเชื่อมต่อกันทั้งหมด เพื่อให้เกิดเป็นโครงสร้างที่เรียกว่า space-frame ขึ้น ถึงแม้ว่า pattern ที่เกิดขึ้นนี้จะดูไม่ซ้ำกัน แต่ว่าจริงๆแล้วแต่ละครึ่งซีกของอาคารนี้นั้น มีลักษณะเหมือนกันเด๊ะๆครับ
เขาว่าหลังจากที่หลังคาสนามบิน Charles de Gaulle ที่ปารีสถล่มลงมานั้น (ก็สถาปนิกคนเดียวกับที่ออกแบบ The Egg นั่นแหละครับ) ทางการจีนก็เลยสั่งหยุดโปรเจคใหญ่ๆทั่วประเทศ และ ตรวจสอบระบบทางวิศวกรรมโครงสร้างกันอีกครั้ง เลยเป็นเหตุให้งานสนามกีฬาแห่งนี้ต้องลดจำนวนที่นั่งผู้เข้าชม จาก 100,000 ที่นั่ง เหลือ 91,000 ที่นั่ง และ ได้ยกเลิกที่จะให้มีหลังคาคลุมสนามที่เปิดและปิดได้ออกไป ซึ่งทาง Herzog ก็ชอบใจเลย เพราะว่ามันช่วยลดความสลับซับซ้อน ทางด้านวิศวกรรมโครงสร้างไปได้เยอะ และทำให้อาคารดูบางเบายิ่งขึ้นครับ


ตัวโครงสร้างเสา space truss รอบๆ
photo from flickr.com by xiaming (some rights reserved)

ส่วนวัสดุหลังคานั้นเขาก็ได้ใช้วัสดุ ETFE (ที่กล่าวไปแล้วข้างต้นน่ะครับ งาน Water Cube อาคารสระว่ายน้ำที่อยู่ข้างๆกัน ก็ใช้วัสดุดนี้เช่นเดียวกัน) ซึ่งเป็นวัสดุที่โปร่งแสง เขาว่าในตอนกลางคืนนั้น แสงสว่างจากภายในสนาม จะทำให้ดูเหมือนกับว่า ส่วนหลังคานั้นได้หายไปเลยทีเดียว


ภาพตอนกลางคืน กับ Water Cube ข้างๆ,
photo from flickr.com by gomattolson (some rights reserved)

ตัวโครงสร้างเหล็กของส่วน bird's nest นั้น มีขนาดหน้าตัด 4 x 4 ฟุต เหมือนกันหมด แต่ว่าความหนาของเหล็กที่ใช้นั้น จะมีขนาดหนา ตั้งแต่ 0.4 นิ้ว ไปถึง 4 นิ้ว ตามแต่สภาพการรับแรงของชิ้นส่วนนั้นๆ ด้านการออกแบบเพื่อต้านทานแผ่นดินไหวนั้น เขาได้ออกแบบให้ส่วนที่เป็น bird's nest นี้ เคลื่อนที่ได้อิสระจากส่วนโครงสร้างชามคอนกรีตอย่างสิ้นเชิง ซึ่งเขาว่าอาคารนี้รอดพ้นความเสียหาย จากแผ่นดินไหวที่ Sichuan ไปได้อย่างไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
ถึงแม้สนามกีฬาส่วนใหญ่ในปัจจุบันมักจะถูกออกแบบมาเพื่อกีฬาประเภทใดประเภทหนึ่งโดยเฉพาะ แต่สนามกีฬาแห่งนี้นั้น ต้องรอบรับกีฬาทั้งประเภท ลู่ ลาน และ ก็ฟุตบอลอีกด้วย ซึ่งทีมออกแบบจาก Arup Sport ได้ใช้โปรแกรม computer ล่าสุด ช่วยในการออกแบบ แต่เขาบอกว่า มุมมองที่ได้อาจจะไม่ใช่มุมมองที่ดีที่สุดสำหรับการดูฟุตบอลเท่าไหร่ แต่อย่างไรก็ตาม เขาได้ออกแบบให้ที่นั่งชมที่อยู่ไกลที่สุดนั้น ห่างไม่เกิน 150 เมตร จากจุดศูนย์กลางของสนามครับ


ภายในส่วนที่นั่งชม, photo from flickr.com by o d b (some rights reserved)

space ตรงกลางระหว่างโครง bird's nest กับ ชามคอนกรีต ที่กว้างประมาณ 17 เมตรนี้ Herzog เขาเรียกพื้นที่ตรงนี้ว่าเป็น "radical space" (ขอแปลว่า space ที่ทำให้เกิดความรู้สึกขัดแย้งกันอย่างรุนแรงแล้วกันครับ) ใน space ตรงนี้ เราจะสามารถมองออกไปเห็น สวน Olympic เขียวๆ ชอุ่มๆ ที่อยู่รอบๆได้ ในขณะเดียวกัน เราก็จะมีความรู้สึกเหมือนอยู่ในป่า ซึ่งเต็มไปด้วยเสาเหล็กเต็มไปหมด


"radical space", photo from flickr.com by o d b (some rights reserved)

เพื่อให้แน่ใจว่าอาคารนี้จะมีการใช้งานสำหรับสาธารณะต่อไปในอนาคต เขาก็ได้วางแผนที่จะมีการใช้งานในส่วนทางทิศใต้ของอาคาร เป็น shopping mall และ ทางเหนือของอาคารเป็น boutique hotel ซึ่งจะมองเห็นวิวภายในสนามกีฬาได้ Herzog บอกว่า เขาพยายามวาดภาพว่า สนามกีฬานี้จะเป็น public space ที่สำคัญของชาวปักกิ่ง หลังกีฬาโอลิมปิกได้เสร็จสิ้นลง "คนที่นี่ชอบรำ Tai Chi และ เราอยากเห็นสิ่งเหล่านั้นมันเกิดขึ้นที่นี่" Herzog ได้กล่าวทิ้งท้ายไว้


photo from flickr.com by DonDomingo (some rights reserved)


ท่านนี้ถ่ายภาพด้วยกล้องคอมแพคได้เนียนมาก เขาบอกว่า ตึกนี้มัน photogenic อยู่แล้ว ถ่ายยังไงก็สวย
photo from flickr.com by o d b (some rights reserved)


photo from flickr.com by o d b (some rights reserved)


photo from flickr.com by o d b (some rights reserved)


โคมไฟยังเป็น Bird's Nest
photo from flickr.com by o d b (some rights reserved)


photo from flickr.com by o d b (some rights reserved)


photo from flickr.com by o d b (some rights reserved)


photo from flickr.com by o d b (some rights reserved)


ส่วนที่เป็นชามคอนกรีต, photo from flickr.com by o d b (some rights reserved)


photo from flickr.com by o d b (some rights reserved)

 


มาดูภาพโครงหลังคาตอนก่อสร้างกันบ้าง
photo from flickr.com by DonDomingo (some rights reserved)


photo from flickr.com by DonDomingo (some rights reserved)


Bird's Nest LEGO, photo from flickr.com by infilmity (some rights reserved)


ตึกข้างหลังนั้นช่างประหลาดจริงๆ
photo from flickr.com by j@ys0n (some rights reserved)


ขอปิดท้ายด้วยภาพนี้ เด็ดมากครับ ผู้เข้าแข่งขันกีฬา "ยิงกระต่าย"
photo from flickr.com by stan (some rights reserved)

ดูภาพเพิ่มเติมจาก flickr.com

     

กรุณาส่งคำแนะนำมาที่ got_arch@yahoo.com

หน้าแรก | โปรเจค | แกลเลอรี่ | บทความ | ลิ้งค์ | เกี่ยวกับเรา