Home
Featured Projects
Photo Gallery
All Buildings
Articles
Links
About us
Interviews & Lectures
Book Reviews

   
Project : West Hollywood Library
Location : West Hollywood, California, U.S.A.
Architect : Johnson Favaro
Photos by : Tor [25 Photos]

วันนี้ผมได้แวะไปเยี่ยมชมห้องสมุดของเมือง West Hollywood ที่เพิ่งจะเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการไปเมื่อประมาณหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมานี้เอง เลยเก็บภาพและเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังครับ ห้องสมุดแห่งนี้เป็นอาคารสามชั้น พื้นที่ประมาณเกือบ 5,000 ตารางเมตร ออกแบบโดย Johnson Favaro สถาปนิกท้องถิ่นของแอลเอ ซึ่งดูจากภายนอกแว๊บแรกที่อาคารนี้แล้ว ด้วยผนังภายนอกสีขาว ตัดกับผนังกระจกที่เป็นแถบยาวๆ กับเสาลอยด้านหลังผนังกระจกนั้น ทำให้ผมนึกถึงบ้าน Villa Savoye ของ Le Corbusier ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ทั้งๆที่สองอาคารนี้นั้นมีขนาดส่วนที่แตกต่างกันอยู่มากทีเดียว แต่จุดเด่นของอาคารนี้ที่ต่างจาก Villa Savoye คือลูกเล่นของผนังสีขาวๆนี้ แทนที่จะเป็นผนังตรงๆเรียบๆ เขาได้ออกแบบให้มีส่วนโค้งเข้าออก เป็นหยักหรือเป็นคลื่นในบางจุด ซึ่งเป็นการเล่นกับแสงและเงาบนผนังของอาคาร และมีการใช้ aluminum cladding มาเป็นเฟรมเพื่อเน้นตัวผนังกระจกให้ดูเด่นและดูร่วมสมัยขึ้น


มุมมองจากถนนหลักด้านหน้าของอาคาร

แต่เดิมแล้วทางเจ้าของโครงการนั้นเขาต้องการให้อาคารนี้เป็นอาคารชั้นเดียว และมีลานจอดรถอยู่ใกล้ๆ เหมือนกับห้องสมุดอื่นๆทั่วไปละแวกเมืองที่อยู่ใกล้ๆนี้ แต่ทางสถาปนิกนั้นได้เสนอแนวความคิดที่แตกต่างออกไป โดยการยกห้องสมุดขึ้นไปอยู่บนชั้นสอง เพื่อที่จะให้ทางเข้าของห้องสมุดนั้นเชื่อมต่อกับสวนสาธารณะที่อยู่ด้านหลังของโครงการ โดยพื้นที่ชั้นล่างนั้น เขาได้ใช้เป็นห้องประชุมสำหรับองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นของเมือง และทางเข้าลานจอดรถที่อยู่ด้านหลังของอาคาร ซึ่งตรงจุดนี้ทำให้ผู้คนเดินถนนที่มาครั้งแรกอาจจะงงนิดๆ เพราะว่าจะหาทางเข้าสู่ห้องสมุดไม่เจอถ้ามองจากทางด้านหน้าอาคาร แต่ต้องเดินไปด้านข้างเพื่อขึ้นบันไดไปสู่ลานชั้นสอง


บันไดขึ้นไปสู่ทางเข้าหลักของห้องสมุดซึ่งอยู่ด้านข้างอาคารตรงชั้นสอง


การเล่นกับแสงและเงาบนผนังของอาคาร


โถงด้านหน้าของห้องประชุมองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นของเมือง West Hollywood


ด้านหน้าทางเข้าห้องสมุด


ลานบนชั้นสองด้านหน้าของทางเข้าห้องสมุด

เมื่อเข้ามาสู่ lobby ของห้องสมุด จะเจอเคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์เป็นอย่างแรก โดยเขาจะมีบริเวณที่ให้ยืมหนังสือแบบบริการตนเองอยู่ข้างๆ โดยผู้ใช้แค่ไปเอาหนังสือที่ต้องการจะยืมมา scan พร้อมกับบัตรสมาชิกเท่านั้น แล้วคอมพิวเตอร์ก็จะปริ้นท์ใบเสร็จที่บอกว่าจะต้องมาคืนหนังสือเมื่อไร ใกล้ๆกับ lobby นั้นจะมีพื้นที่คล้ายๆกับเป็นส่วนนั่งเล่น ผนังกระจกของบริเวณนี้รวมไปถึงส่วนชั้นสามของอาคาร เป็นแบบสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน โดยที่ต่อกันแบบที่เรียกว่า butted joint คือเอากระจกแต่ละแผ่นมาต่อกันโดยที่ไม่มีตัวเฟรมในแนวตั้งตรงกลาง แต่ใช้ซิลิโคนเป็นตัวเชื่อมแทน ซึ่งทำให้เห็นวิวภายนอกได้อย่างต่อเนื่อง ตรงนี้ผมเห็นข้อดีของการนำห้องสมุดขึ้นมาชั้นสองมากขึ้น เพราะทำให้เห็นวิวของอาคารฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นอาคาร Pacific Design Center (ออกแบบโดย Cesar Pelli) ที่ถือว่าเป็นไอคอนแห่งหนึ่งของแอลเอ และเห็นวิวของเมืองแอลเอได้ดีกว่าการที่จะวางตัวห้องสมุดไว้ระดับพื้นชั้นหนึ่ง


Lobby, บริเวณยืมหนังสือด้วยตัวเอง และโถงบันไดไปสู่ชั้นสาม


บริเวณ lobby

ถัดมาด้านในจะเป็นส่วนห้องสมุดเด็ก นอกจากจะมีการใช้เฟอร์นิเจอร์ และการตกแต่งให้ถูกใจเด็กแล้ว พี้นที่ตรงนี้มีห้องที่ดูเหมือนเป็นลังไม้ขนาดใหญ่ ดูแล้วทำให้เกิดความสงสัยว่าข้างในมันเป็นอะไร จริงๆแล้วมันคือ Children 'sTheater หรือโรงละครสำหรับเด็กครับ ภายในมีการตกแต่งแบบ post modern ประมาณว่าสถาปัตยกรรมแบบโรมันมาลดรายละเอียดลงและมีสีสันฉูดฉาดขึ้น ด้วยสัดส่วนแบบเด็กๆ ดูแล้วเหมือนหลุดเข้าไปในเรื่อง Alice in Wonderland


ส่วนหนังสือเด็กวัยรุ่น


ส่วนหนังสือเด็ก และ Children's Theater


ด้านหน้ากล่องลึกลับ Children's Theater

บริเวณตรงกลางของอาคารจะเป็นโถงบันไดขนาดใหญ่ขึ้นไปสู่ชั้นสาม เหนือโถงบันไดนี้จะเป็น skylight ที่ช่วยนำแสงธรรมชาติลงมาสู่ภายในอาคาร และสิ่งที่เตะตามากไปกว่านั้นคืองานประติมากรรมของศิลปิน David Wiseman เป็นต้นไม้สีขาวที่เหมือนงอกออกมาจากผนังของโถงบันไดนี้ และพยายามที่จะเจริญเติบโตออกไปสู่ภายนอกอาคาร ด้วยขนาด สี แสง และเงาที่ตกกระทบ ทำให้ผมเกิดความรู้สึกประหลาดใจกับ space บริเวณนี้อยู่ไม่น้อย


โถงบันไดไปสู่ชั้นสาม และประติมากรรมต้นไม้ของ David Wiseman

บริเวณชั้นสามของอาคารนั้นหลักๆแล้วจะเป็นส่วนชั้นวางหนังสือ และที่อ่านหนังสือเป็นหลัก โดยเขาได้ออกแบบบริเวณอ่านหนังสือไว้บริเวณผนังกระจกรอบๆอาคารเพื่อเป็นการใช้ประโยชน์จากแสงธรรมชาติอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งได้เห็นวิวทิวทัศน์ภายนอกไปในตัว นอกจากนั้นก็จะมีห้องประชุมซึ่งเป็นกล่องสีน้ำตาลเข้มขนาดใหญ่อยู่ภายใน space ของส่วนอ่านหนังสือ ภายในมีการตกแต่งอย่างดี และมีระบบ audio video พร้อม ซึ่งห้องนี้ต้องทำการจองก่อนที่จะมาใช้งานล่วงหน้า และเขาก็มีห้องประชุมเล็กๆอยู่อีก 3 ห้องที่สามารถเข้าไปใช้งานได้เลย ส่วนที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งของบริเวณชั้นสองนี้คือฝ้าเพดาน ซึ่งทำมาจากไม้ไผ่ เป็นลวดลายดอกไม้ที่ขนาดเกินจริงไปหลายสิบเท่า ดูแล้วเหมือนเป็นงานศิลปะแกะสลักไม้ขนาดใหญ่ที่ติดไว้กับเพดาน ด้วยลวดลายที่เป็นเส้นโค้งไปโค้งมานั้นช่วยลดความแข็งที่เกิดขึ้นภายใน space ซึ่งเกิดจากรูปแบบและการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ และชั้นวางหนังสือไปได้เยอะเหมือนกัน


เคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์ชั้นสาม


บริเวณนั่งอ่านหนังสือแบบสบาย ๆ ผนังกระจกจากพื้นถึงเพดาน มองออกไปสู่ Pacific Design Center


อีกมุมหนึ่งของอาคารมองออกไปเห็นวิวไกลถึง downtown ของแอลเอ


บริเวณชั้นวางหนังสือ


ห้องประชุม


ภายในห้องประชุม


ห้องประชุมเล็ก


มองออกไปที่วิวสวนสาธารณะด้านหลังอาคาร


บริเวณนั่งอ่านหนังสือแบบสบาย ๆ


รายละเอียดฝ้าเพดานที่ทำจากไม้ไผ่

อาคารนี้ถือว่าเป็นอาคารสาธารณะที่น่าสนใจที่สุดแห่งหนึ่งในย่านแอลเอนี้ ซึ่งถือว่าไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก โดยเฉพาะในช่วงยุคเศรษฐกิจที่ตกต่ำมาเป็นระยะเวลานานของอเมริกา ผมว่าเป็นการตัดสินใจที่ดีของสถาปนิกที่ยกตัวห้องสมุดขึ้นมาไว้ที่ชั้นสอง และชั้นสาม เพื่อให้มีการเชื่อมกับสวนสาธารณะของชุมชนได้อย่างต่อเนื่องยิ่งขึ้น และการวางบริเวณอ่านหนังสือไว้บริเวณผนังกระจกของอาคาร ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถพักสายตาจากการอ่านหนังสือ ด้วยการมองออกไปที่ทิวทัศน์ของเมืองรอบๆได้ วันที่ผมไปชมนั้น ถึงแม้ว่าจะเป็นเช้าของวันเสาร์ แต่ก็เห็นผู้คนเข้ามาใช้บริการห้องสมุดแห่งนี้ไม่น้อยเลย เหมือนส่วนหนึ่งก็เข้ามาเยี่ยมชมดูภายในอาคาร โดยที่ไม่ได้สนใจหนังสือด้วยซ้ำ โดยส่วนตัวแล้วผมว่างานออกแบบงานนี้ประสบความสำเร็จทีเดียวครับ

บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกที่คอลัมน์ Get Inspired ที่เว็บ SCG Experience
http://www.scgexperience.co.th/th/get_inspired.aspx?getin_id=61

ขอขอบคุณทางเว็บ SCG Experience ด้วยครับ

     

กรุณาส่งคำแนะนำมาที่ got_arch@yahoo.com

หน้าแรก | โปรเจค | แกลเลอรี่ | บทความ | ลิ้งค์ | เกี่ยวกับเรา