Home
Featured Projects
Photo Gallery
All Buildings
Articles
Links
About us
Interviews & Lectures
Book Reviews

   
Project : Samitaur Tower
Location : Culver City, California, U.S.A.
Architect : Eric Owen Moss
Photos by : Tor [22 Photos]

งานที่นำมาให้ชมกันวันนี้ ถ้าผู้อ่านได้เห็นเป็นครั้งแรกอาจจะเกิดคำถามขึ้นว่าสิ่งก่อสร้างหน้าตาไม่ธรรมดานี้มันคืออะไร แล้วมันเอาไว้ทำอะไร มันสร้างเสร็จแล้วแน่หรือ แต่ก่อนที่จะพูดถึงตัวงาน ผมอยากจะเกริ่นถึงที่มาที่ไปของงานนี้สักนิดหนึ่งก่อนครับ Samitaur Tower นี้ตั้งอยู่ในเมือง Culver City ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆเมืองหนึ่งที่อยู่ห่างออกมาจาก downtown ของเมืองแอลเอ สักประมาณสิบกว่ากิโลเมตร แต่ก่อนเมือง Culver City นี้จะถูกใช้งานเป็นพวกโกดังสินค้า และพื้นที่อุตสาหกรรมซะเป็นส่วนใหญ่ แต่พักหลังๆ เริ่มจะมีผู้คนย้ายเข้ามาพักอาศัยเยอะขึ้น มีพวกศิลปินต่างๆมาเปิดสตูดิโอ พวกโกดังสินค้าถูกปรับเปลี่ยนการใช้งานให้เป็นออฟฟิส เป็นสตูดิโอสำหรับพวกที่ทำงานครีเอทีพและบริษัทโฆษณาหลายๆแห่ง เมืองนี้เลยค่อยๆกลายเป็นศูนย์กลางทางศิลปะและความคิดสร้างสรรค์แห่งหนึ่งของแอลเอไป


มุมมองจากถนนหลัก และเส้นทางของรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้างอยู่

ส่วนหนึ่งของเมือง Culver City นี้จะเต็มไปด้วยอาคารที่มีรูปทรงแปลกตา (บางท่านอาจจะเรียกว่าประหลาดได้) ซึ่งอาคารเหล่านี้นั้นออกแบบโดยสถาปนิกที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของแอลเอ Eric Owen Moss ผู้ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในสถาปนิกที่ร่วมบุกเบิกสถาปัตยกรรมในแนว Deconstruction ตั้งแต่ปลายยุค 70 พร้อมๆกับ Thom Mayne แห่ง Morphosis, Michael Rotondi และ Frank Gehry ขณะนี้เขาก็ดำรงตำแหน่งเป็น Director ของ Southern California Institute of Architecture หรือ SCI-Arc สถาบันการศึกษาทางสถาปัตยกรรมที่ว่ากันว่าหัวก้าวหน้าที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้แก่เขาก็มีอย่างเช่น อาคาร Stealth และ The Umbrella เป็นต้น

Moss นั้นถือได้ว่ามีความสัมพันธ์อันดีมากๆกับบริษัท Samitaur ซึ่งเป็นนักพัฒนาที่ดินและเป็นผู้รับเหมาไปในตัว ไม่ว่ามีโครงการอะไรใหม่ๆของ Samitaur Moss ก็จะได้รับออกแบบไปซะทั้งหมด ด้วยความที่ว่าทางเมืองแอลเอนั้น กำลังสร้างรถไฟฟ้าที่เชื่อมระหว่างแอลเอกับ Culver City และเส้นทางก็ผ่านบริเวณกลุ่มอาคารของบริษัท Samitaur พอดี เขาจึงมีโครงการที่จะสร้าง Information Tower หรือหอข้อมูลข่าวสาร ซึ่งนอกจากจะทำหน้าที่เป็นหอชมวิวแล้ว ยังเปรียบเสมือนเป็นประตูเมืองของ Culver City เพื่อเข้าสู่พื้นที่แห่งความคิดสร้างสรรค์ และเป็นการให้ข้อมูล สื่อต่างๆ งานศิลปะ หรือแม้กระทั่งภาพยนตร์ ให้แก่ผู้คนที่ผ่านไปมาไม่ว่าจะเป็นบนรถไฟฟ้าซึ่งคาดว่าจะมีไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นคนต่อวัน บนถนนหรือทางเท้า และนั่นก็เป็นที่มาของ Samitaur Tower นี้นี่เองครับ


มุมมองจากถนนซอยด้านใน

ตัว Samitaur Tower นี้เป็นอาคารโครงสร้างเหล็ก 6 ชั้น สูงประมาณ 22 เมตร โดยรูปทรงของตัว Tower นี้เกิดจากผนังเหล็กสองแผ่นขนานกันซึ่งถูกตัดเป็นรูปทรงซิกแซก และถูกเจาะเพื่อทำทางเดินขึ้น โดยจะมีคานวงแหวน 6 อัน ซึ่งรัดรอบผนังทั้งสองนี้อยู่แบบเหลื่อมๆล้ำกันไปมาในแต่ละชั้น และทำหน้าที่เป็นตัวรับน้ำหนักของพื้นส่วนชมวิวชั้นต่างๆไปในตัว ตัวโครงสร้างต่างๆนี้ แต่เดิมมันเป็นสีดำ แต่สถาปนิกเขาตั้งใจปล่อยให้เหล็กมันขึ้นสนิม และเขาก็ตั้งใจโชว์พวกงานระบบต่างๆ อย่างพวกท่อระบายน้ำ ท่อสายไฟ ช่องลิฟท์ และโครงสร้างพื้นอย่างไม่ปกปิด ซึ่งก็ได้อารมณ์ดิบๆสไตล์ Moss ดี


ทางขึ้น tower

ตรงช่องว่างระหว่างคานวงแหวนในแต่ละชั้น สถาปนิกได้ออกแบบให้มีจอสำหรับฉายภาพจากทางด้านหลังได้ ตัวจอนี้เป็นแผ่น acrylic สีขาวขุ่นเล็กน้อยแต่โปร่งแสง โดยแต่ละจอนั้นจะทำมุมหันไปสู่ผู้ชมที่แตกต่างกัน อย่างจอตรงระดับชั้น 1 นี้จะหันทำมุมไปสู่ อัฒจรรย์ที่ขุดเชื่อมลงไปใต้ดินของ tower จอตรงชั้นสองทำมุมให้แก่ผู้คนเดินถนน จอชั้นสามมุ่งไปที่คนที่ขับรถผ่านไปมา ส่วนชั้นสี่นั้นหันไปสู่สถานีรถไฟฟ้า และชั้นบนสุดนั้นหันไปสู่ทางด่วนสาย 10 ที่อยู่ห่างออกไปเกือบๆหนึ่งกิโลเมตร Moss เขาได้กล่าวไว้ว่าการใช้งานของ tower นี้นั้นมันค่อนข้างจะเป็นสิ่งใหม่ ซึ่งเขายังไม่รู้ว่าจะตั้งชื่อมันแน่ๆว่าอะไรดี มันสามารถเป็นได้ทั้งสถานที่ฉายหนัง ที่จัดปาร์ตี้ เป็นจุดชมวิว และอื่นๆอีกมาก เขาได้ออกแบบ tower นี้ไว้เป็น tower ต้นแบบ ซึ่งถ้าได้รับการตอบรับที่ดีก็จะมีการสร้างอีกหลายๆแห่งต่อไป

ตอนที่ผมไปดูอาคารนี้นั้นโชคไม่ดีที่เขายังไม่เปิดให้ขึ้นไปชมด้านบน เลยไม่ได้เห็นว่าวิวจากบน tower นั้นมันจะสวยแค่ไหน และตอนที่ไปก็เป็นช่วงกลางวันเช่นกัน เขาจึงยังไม่ได้เปิดฉายรูปหรือหนังอะไรบนจอ ก็ยังสงสัยอยู่ว่าจอต่างๆเหล่านี้ มันจะใช้งานได้แค่ช่วงหลังพระอาทิตย์ตกดินหรือเปล่า ถ้าเป็นอย่างนั้น แนวความคิดที่ว่าต้องการจะให้ tower นี้เป็น information tower อาจจะใช้งานได้ไม่สมบูรณ์นัก แต่ถ้าในแง่ของการเป็น landmark หรือประตูเมืองของย่านนั้น ด้วยรูปทรงและดีไซน์ของอาคาร ถึงแม้ว่าขนาดจะไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็ถือว่าทำหน้าที่เป็น landmark ได้ดีทีเดียวครับ


ช่องลิฟท์


บริเวณอัฒจันทร์ที่เชื่อมลงไปสู่ชั้นใต้ดินของ tower


รายละเอียดการยึดจอ acrylic กับคานเหล็ก

 

 

เผยแพร่ครั้งแรกที่คอลัมน์ Get Inspired ที่เว็บ SCG Experience
http://www.scgexperience.co.th/th/get_inspired.aspx?getin_id= 36

ขอขอบคุณทางเว็บ SCG Experience ด้วยครับ

     

กรุณาส่งคำแนะนำมาที่ got_arch@yahoo.com

หน้าแรก | โปรเจค | แกลเลอรี่ | บทความ | ลิ้งค์ | เกี่ยวกับเรา