Home
Featured Projects
Photo Gallery
All Buildings
Articles
Links
About us
Interviews & Lectures
Book Reviews

   
Project : The Frontier Project
Location : Rancho Cucamonga, California, U.S.A.
Architect : HMC Architects
Photos by : Tor [35 Photos]

ลองนึกภาพดูเล่นๆครับว่าคงจะดีไม่น้อย ถ้าเรามีอาคารสักอาคารหนึ่งที่ถูกออกแบบมาโดยคำนึงถึงเรื่องการออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มที่ เป็นอาคารที่เปิดให้คนทั่วไปได้เข้าไปสัมผัสและเรียนรู้เกี่ยวกับแนวความคิดในการออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ และงานระบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า ประปา หรือระบบปรับอากาศ เพราะโดยทั่วไปแล้ว ถึงแม้อาคารบางอาคารจะถูกออกแบบมาโดยที่ผู้ออกแบบได้คิดถึงเรื่องเหล่านี้มาอย่างดี แต่ระบบที่สำคัญของอาคารเหล่านี้มักจะถูกซ่อนอยู่ หรือไม่ก็อยู่ในที่ที่คนทั่วไปไม่สามารถเข้าไปดูได้


มุมมองจากทางด้านหน้าอาคารทางทิศตะวันออก

ครับ อาคารที่ผมว่านี้มีอยู่จริง อย่างน้อยก็อาคารหนึ่งในเมือง Rancho Cucamonga รัฐ California "The Frontier Project" เป็นเหมือนกับศูนย์ข้อมูลเกี่ยวกับการออกแบบที่ยั่งยืนที่สร้างขึ้นมาเพื่อที่จะสาธิตให้เห็นว่า การออกแบบสถาปัตยกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมนั้นเป็นสิ่งที่คนทั่วไปสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่แพงจนเกินไป อีกทั้งยังดูดีและอยู่สบายอีกด้วย โดยให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้ถึงวิธีการและเทคโนโลยีล่าสุดในเรื่องของการอนุรักษ์ น้ำ พลังงาน และสภาพแวดล้อมที่ตั้งโดยตรงจากตัวสถาปัตยกรรมและภูมิสถาปัตยกรรมของโครงการนี้เลย ด้วยองค์ประกอบในการออกแบบที่ยังยืนหลายๆอย่าง ทำให้อาคารนี้ได้รับ LEED Platinum Certificate จาก U.S. Green Building Council ถือว่าเป็นมาตรฐานระดับสูงสุดตามเกณฑ์ของ LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ง่ายเลยทีเดียว เราลองมาดูกันดีกว่าครับว่าองค์ประกอบหลายๆอย่างที่ว่านี้มันมีอะไรบ้าง

อาคาร The Frontier Project เป็นอาคารสองชั้นพื้นที่ประมาณ 1,400 ตารางเมตร แปลนของอาคารเป็นรูปตัว U โอบล้อมสวนและพลาซ่าตรงกลาง ซึ่งจากบริเวณที่จอดรถเข้าไปสู่ตัวอาคารจะต้องเดินผ่านพลาซ่าตรงนี้ก่อน วัสดุที่เขาใช้ตรงส่วนพลาซ่านี้เป็นวัสดุเหมือนคอนกรีตโปร่งๆที่น้ำสามารถซึมผ่านลงไปสู่ดินได้ เพื่อช่วยลดปริมาณน้ำฝนที่ไหลสู่ทางระบายน้ำสาธารณะ สลับกับวัสดุหินขัดที่ฝังชื่อผู้ที่บริจาคเงินในการก่อสร้างอาคารนี้ เป็นลูกเล่นในการออกแบบที่น่าสนใจดีเหมือนกัน


พลาซ่าตรงกลางด้านหน้าทางเข้าหลักของอาคาร


detail วัสดุพื้นตรงพลาซ่า มีรายชื่อผู้ออกแบบและผู้บริจาคเงินสร้างอาคารนี้ติดอยู่บนพื้นเป็นระยะๆ

เมื่อเข้ามาสู่ภายในตัวอาคารจะพบกับเคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์ที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ ซึ่งผมก็เข้าใจว่านอกจากจะเป็นอาคารประหยัดพลังงานแล้ว คงจะประหยัดค่าจ้างพนักงานด้วยไปในตัว ตอนหลังเลยได้มารู้ว่า อาคารนี้เข้าเปิดให้คนเข้าไปดูหาความรู้ด้วยตัวเอง โดยที่จะมีเจ้าหน้าที่มาพาทัวร์แค่อาทิตย์ละสองครั้ง หรือโดยการนัดล่วงหน้าสำหรับทัวร์ที่เป็นกลุ่มเท่านั้น พื้นที่ในส่วนชั้นล่างนี้จะเป็นส่วนนิทรรศการและห้องประชุมสัมมนา บริเวณส่วนนิทรรศการนี้จะเป็นโถงโล่งสูงสองชั้น ผนังด้านหนึ่งของโถงนี้จะเป็นผนังกระจกทั้งหมด ซึ่งหันรับแสงธรรมชาติจากทางทิศเหนือ แต่ไม่ได้รับแดดเข้ามาโดยตรง จึงทำให้พื้นที่ส่วนนี้ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าเพื่อผลิตแสงสว่างในตอนกลางวันเลย บริเวณโถงนิทรรศการนี้จะมีวัสดุและเฟอร์นิเจอร์ต่างๆซึ่งเป็นวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจัดแสดงอยู่ อย่างเช่นห้องครัวซึ่งวัสดุตู้และพื้นนั้นทำมาจากไม้ไผ่ซึ่งสามารถปลูกใหม่ได้ง่าย เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงาน และไฮเทคสุดๆ เป็นต้น นอกจากนั้นในบริเวณโถงนิทรรศการยังมีจอภาพแบบ touchscreen ที่ช่วยอธิบายถึงระบบการทำงานต่างๆของอาคารนี้ ให้ผู้ชมได้เข้าไปกดเลือกดูระบบต่างๆที่สนใจได้ด้วย


เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ด้านหน้า


ตัวอย่างห้องครัวที่ใช้วัสดุที่ยั่งยืนเช่นฝาตู้และพื้นจากไม้ไผ่ เคาน์เตอร์ทำมาจากหินอ่อนและแก้วที่มาจากการรีไซเคิล

ผนังคอนกรีตเปลือยในส่วนนิทรรศการนี้มีส่วนผสมของ fly ash ซึ่งเป็นเถ้าชนิดหนึ่งที่หลงเหลือจากการเผาถ่านหินอยู่ 25 เปอร์เซนต์ โดยปกติทั่วไปแล้วมักจะถูกนำไปทิ้งเป็นขยะ ตรงกลางของผนังคอนกรีตนี้ก็มีการใส่ฉนวนเพื่อช่วยกันทั้งความร้อนและความเย็นให้แก่อาคาร ผิวของผนังคอนกรีตนี้เขาได้ออกแบบให้โชว์แนวที่เกิดขึ้นจากร่องของไม้แบบคอนกรีตที่มีขนาดที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดลวดลายและพื้นผิวบนคอนกรีตที่ดูแตกต่างไปจากผนังคอนกรีตเรียบๆทั่วไป


บริเวณโถงนิทรรศการ / อเนกประสงค์ที่เปิดรับแสงธรรมชาติจากทางทิศเหนืออย่างเต็มที่


ผนังคอนกรีตเปลือยที่มีส่วนผสมของ fly ash อยู่ 25 เปอร์เซ็นต์ มีลวดลายที่เกิดจากไม้แบบที่น่าสนใจ

ระบบปรับอากาศของอาคารนี้เป็นระบบ Passive Cooling System หรือการระบายอากาศตามธรรมชาตินั่นเอง โดยเขาได้ออกแบบให้บริเวณตรงกลางของอาคารเป็นปล่องที่เรียกว่า "Cool Tower" ให้ดึงอากาศเย็นจากภายนอกเข้ามาสู่พื้นที่ภายใน และตรงปลายทั้งสองข้างของอาคารจะมี "Solar Chimney" ซึ่งเป็นปล่องที่วัสดุภายนอกเป็นสีเข้ม เพื่อที่จะทำให้เกิดความร้อนภายในปล่อง และช่วยดึงอากาศภายในอาคารให้ไหลออกมาสู่ภายนอก เป็นการทำให้เกิดการหมุนเวียนของอากาศภายในอาคารโดยที่ไม่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าเลยแม้แต่นิดเดียว วันที่ผมไปเยี่ยมชมอาคารนี้ อากาศภายนอกร้อนในระดับหนึ่ง แต่ภายในอาคารนั้นค่อนข้างจะเย็นสบายทีเดียว โดยเฉพาะบริเวณข้างใต้ปล่อง Cool Tower


ด้านใต้ Cool Tower ที่นำอากาศเย็นจากภายนอก เข้ามาสู่ภายในอาคาร


คำอธิบายเกี่ยวกับระบบการทำงานของ Cool Tower

จากบริเวณโถงนิทรรศการผู้เข้าชมสามารถจะขึ้นลิฟท์ไปที่ชั้นหลังคาของอาคารได้ (ต้องข้ามชั้นสองไปเพราะเป็นส่วนสำนักงานของโครงการ ซึ่งไม่ให้คนนอกเข้า) หลังคานั้นถือว่าเป็นส่วนที่นำพาความร้อนเข้ามาสู่อาคารมากที่สุด เพราะฉะนั้นการออกแบบหลังคาของอาคารนี้จึงต้องมีการใช้วิธีเพื่อที่จะช่วยลดความร้อนให้ได้มากที่สุด อย่างเช่นการใช้วัสดุฉนวนกันความร้อนด้านใต้หลังคา การใช้วัสดุหลังคาสีอ่อนเพื่อช่วยสะท้อนความร้อนออกไป และการทำ Green Roof หรือการปลูกสวนบนหลังคาเป็นต้น นอกจากนั้นแล้วบริเวณหลังคาของอาคารนี้ยังมีสถานีวัดสภาพอากาศ เพื่อที่จะใช้ในการคำนวนปริมาณการใช้น้ำที่จะนำไปรดในสวนอย่างอัตโนมัติ


หลังคาที่ใช้วัสดุสีอ่อนและสวนบนหลังคาที่ใช้พืชที่ต้องการน้ำน้อย


Weather Station หรือสถานีตรวจสอบสภาพอากาศเพื่อกำหนดปริมาณน้ำที่จะถูกนำไปใช้ในการรดน้ำต้นไม้

จากด้านบนหลังคาผมสามารถเดินลงบันไดโค้งที่ล้อมรอบพลาซ่าตรงกลางอยู่ลงมาสู่ด้านหน้าอาคารได้ เหนือบริเวณบันไดนี้จะมีโครงระแนงไม้ Redwood ซึ่งเป็นองค์ประกอบเด่นอย่างหนึ่งของอาคารนี้ ตัวโครงไม้เหล่านี้เขาได้มาจากโรงผลิตไวน์ซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก ไม้เหล่านี้เคยเป็นถังหมักไวน์มาก่อนซึ่งทางโรงงานเขากำลังจะโละออกและนำไปทิ้งเป็นขยะ โชคดีที่ทางโครงการได้ไปขอไว้ และนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยที่ระแนงเหล่านี้ก็ช่วยลดแสงแดดที่จะมากระทบผนังและหลังคาของอาคารได้เป็นอย่างดี ทางทิศใต้ของอาคารมีการติดตั้งแผง Solar Panel ซึ่งช่วยผลิตกระแสไฟฟ้าที่อาคารนี้ต้องใช้ได้ประมาณ 25 เปอร์เซนต์


ทางเดินลงจากชั้นหลังคา แผงโครงไม้กันแดดซึ่งเคยเป็นถังเก็บไวน์มาก่อน


ปล่อง Solar Chimney ที่ช่วยระบายอากาศภายในอาคารออกสู่ภายนอก


แผง Solar Panel ที่ช่วยผลิตกระแสไฟฟ้าให้แก่อาคาร และสวนด้านข้างอาคารต้องการน้ำน้อย

ในทางด้านการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมนั้น เขาได้ออกแบบให้มี Bioswale คล้ายๆคูน้ำธรรมชาติอยู่รอบๆ เพื่อเป็นทางให้น้ำฝนไหลไปรวมกัน เพื่อไปเก็บไว้ที่ถังเก็บน้ำใต้ดินซึ่งสามารถเก็บน้ำได้ถึง 2,000 แกลลอน และน้ำจำนวนนี้ก็จะถูกนำมาใช้ในการรดน้ำสำหรับสวนต่อไป โดยที่ระบบการให้น้ำของสวนที่นี่จะเป็นระบบ Drip Irrigation ที่ฝังอยู่ใต้ดิน โดยน้ำจะค่อยๆถูกปล่อยออกมาทีละน้อยเท่าที่จำเป็น และเข้าถึงรากพืชได้โดยตรงเลย ส่วนการเลือกใช้พืชนั้น เขาก็เลือกใช้พืชท้องถิ่นที่ต้องการน้ำและการดูแลรักษาน้อยอยู่แล้ว

โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่าโครงการ The Frontier Project นี้ทำออกมาได้ดีทีเดียว ทั้งในเรื่องของการวางผังอาคาร การเลือกใช้วัสดุ space และแสงภายในอาคาร และเทคโนโลยีต่างๆเกี่ยวกับการออกแบบเพื่ออนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ถึงแม้ว่าการจัดนิทรรศการที่เกี่ยวกับวัสดุต่างๆจะดูหลวมๆ และไม่ค่อยเป็นหมวดหมู่สักเท่าไหร่ ทำให้ดูขาดความน่าสนใจไปหน่อย แต่ โดยรวมแล้ว โครงการนี้ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่จะทำให้คนหันมาสนใจเรื่องนี้กันมากขึ้น โดยการเข้ามาสัมผัสและเรียนรู้ได้ด้วยประสบการณ์ของตัวเองครับ


ย้อนกลับมาดูภาพถ่ายทางอากาศจาก Google Earth กันสักหน่อย


แปลนชั้น 1


แปลนชั้น 2


แปลนชั้นหลังคา


ผนังกระจกของส่วนโถงนิทรรศการ


detail ผนังกระจก


ภายในโถงนิทรรศการ


detail


วัสดุก่อสร้างเพื่อสิ่งแวดล้อมที่เขานำมาจัดแสดง


อันนี้ระบบแท็งค์กรองน้ำใต้ดินชนิดหนึ่ง


จอ touch screen ที่แสดงระบบต่าง ๆ ของอาคาร


จอนี้แสดงข้อมูลการใช้พลังงานและน้ำของอาคารในช่วงเวลาที่ผ่านมา


ช่องที่ระบายอากาศจากภายในไปสู่ภายนอกผ่านทาง Solar Chimney


จากตรงโถงนิทรรศการนี้เขาเจาะช่องให้มองเข้าไปเห็นภายในห้องไฟฟ้าและงานระบบต่างๆของอาคารได้ด้วย


ภายในห้องไฟฟ้า


ห้องประชุมสัมมนา


ห้องน้ำชายแบบเรียบง่าย


ย้อนกลับมาบนหลังคาอีกรอบ


ใน youtube มีรายการที่พาทัวร์อาคารนี้ได้อย่างค่อนข้างละเอียดทีเดียว ดูได้ ที่นี่ ครับ

ส่วน VDO ด้านล่างนี้ทำเป็นอนิเมชั่นที่อธิบายเกี่ยวกับการทำงานของอาคารนี้ได้ดีเหมือนกัน

บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกที่คอลัมน์ Get Inspired ที่เว็บ SCG Experience
http://www.scgexperience.co.th/th/get_inspired.aspx?getin_id=44

ขอขอบคุณทางเว็บ SCG Experience ด้วยครับ

     

กรุณาส่งคำแนะนำมาที่ got_arch@yahoo.com

หน้าแรก | โปรเจค | แกลเลอรี่ | บทความ | ลิ้งค์ | เกี่ยวกับเรา