Home
Featured Projects
Photo Gallery
All Buildings
Articles
Links
About us
Interviews & Lectures
Book Reviews

   
Project : JW Marriot / Ritz Carlton Hotel and Residences
Location : Los Angeles, California, U.S.A.
Architect : Gensler
Photos by : Tor, Cherry [72 Photos]

จากที่ทางเว็บของเราได้นำโปรเจค LA Live! ส่วนเฟสที่ 1 และ 2 มาให้ชมกันไปแล้ว คราวนี้มาถึงเฟสที่ 3 ซึ่งคิดว่าคงจะเป็นเฟสสุดท้ายของอภิมหาโปรเจคใน downtown ของแอลเอนี้สักทีครับ โปรเจคนี้ประกอบไปด้วยส่วนของอาคารที่เป็นตึกสูง 55 ชั้นซึ่งเป็น โรงแรม JW Marriot 877 ห้อง โรงแรมระดับห้าดาว Ritz Carlton 124 ห้อง คอนโด Ritz Carlton Residences 224 ยูนิต และอีกส่วนที่เป็นอาคารสูง 4 ชั้นนั้นเป็นศูนย์ประชุมขนาดพื้นที่ประมาณ 8,000 ตารางเมตร

นอกจากขนาดและรูปทรงของอาคารที่ค่อนข้างจะแตกต่างตึกสูงทั่วไปใน downtown แอลเอ เพราะว่าเป็นตึกที่ด้านบนนั้นใหญ่กว่าส่วนล่างของตึกแล้ว สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างของตึกนี้คือ ขั้นตอนการวางแผนการก่อสร้างและเทคนิคที่ช่วยให้การก่อสร้างตึกนี้เป็นไปได้อย่างรวดเร็วกว่าตึกสูงทั่วๆไป เหตุผลที่รูปทรงของตึกนี้เป็นแบบข้างบนใหญ่กว่าด้านล่างก็เพราะว่าห้องสวีท(suite)ของโรงแรมและคอนโด Ritz Carlton ที่อยู่ชั้นบนๆนั้น ต้องการขนาดของห้องที่ลึกกว่าห้องของโรงแรม Marriot ที่อยู่ด้านล่าง เสาเหล็กรูปทรงโค้งที่อยู่ด้านบนอาคารนั้น ช่วยให้การติดตั้งผนังกระจก หรือ curtain wall ได้ง่ายขึ้น ผนังกระจกนี้จะถูกติดตั้งจากเครนที่อยู่ด้านนอกอาคาร ซึ่งเป็นเทคนิคที่มีประสิทธิภาพดีกว่าการติดตั้งจากภายในอาคารที่มักจะทำกันทั่วไป


มุมมองจาก freeway 10

เนื่องจากตรงส่วนของตึกสูงนั้น บางชั้นจะมีความสูงไม่เท่ากับชั้นอื่น เช่นส่วนของโรงแรม Marriot จะสูง 10 ฟุต แต่ส่วน Ritz Carlton จะสูงระหว่าง 10 ฟุตครึ่ง ไปถึง 14 ฟุต ทางสถาปนิกได้พรางในส่วนของความสูงที่แตกต่างกันนี้ โดยออกแบบผิวอาคารให้เป็นเหมือนโมเสคกระจก ซึ่งมีสีแตกต่างกันเช่นสีน้ำเงิน สีเงิน และสีเทา โดยที่กระจกเหล่านี้ก็มีทั้งเป็นแบบโปร่งแสง โปร่งใส และทึบแสง แถมยังมีการใช้ metal panel แทรกเป็นระยะๆอีกด้วย ในส่วนที่เป็นกระจกโปร่งแสงนี้จะเป็น fritted glass (กระจกที่มี pattern เป็น ceramic บนผิวกระจก) ช่วยลดความร้อนจากแสงแดดที่เข้ามาสู่ภายในอาคาร ชั้นที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ กระจกที่เป็น fritted glass นี้ก็จะโปร่งใสขึ้นเรื่อยๆเพื่อให้ห้องชั้นบนๆเห็นวิวได้อย่างเต็มที่มากยิ่งขึ้น

แปลนของอาคารนี้จะเป็นรูปตัวแอล โดยที่ส่วนของห้องพักโรงแรม Marriot นั้นจะเป็นส่วนของปีกตัวแอลทั้งสองข้างไปจนถึงชั้น 25 และเหนือจากนั้นก็จะเป็นส่วนของ Ritz Carlton โดยทั้งสองโรงแรมนี้จะมีส่วน amenities (เช่นสระว่ายน้ำ บาร์) ของตนเอง ของ Marriot นั้นจะอยู่ที่ชั้น 4 ส่วนของ Ritz จะอยู่ที่ชั้น 26 (หรือบนหลังคาของ Marriot นั่นเอง)


มุมมองจาก freeway 110 ทางทิศตะวันตกของอาคาร

ด้านการออกแบบโครงสร้างเพื่อรับแรงในแนวราบอย่างแรงลมและแรงแผ่นดินไหวนั้น อาคารนี้จะต่างจากอาคารสูงทั่วไปที่มักจะใช้ผนัง shear wall ที่เป็นคอนกรีตหนา แต่อาคารนี้นั้นใช้ระบบผนัง shear wall ที่เป็นแผ่นเหล็กบางๆ หนาประมาณ 1/4 - 1/2 นิ้ว ซึ่งช่วยให้การก่อสร้างเป็นไปได้อย่างรวดเร็วขึ้นมาก เพราะไม่ต้องรอคอนกรีตเซ็ทตัว อีกทั้งยังช่วยเพิ่มพื้นที่ภายในอาคาร และทำให้เห็นวิวได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย การก่อสร้างระบบนี้ช่วยประหยัดเวลาไปได้ถึง 4 เดือน ประหยัดคอนกรีตไปมาก และสามารถสร้างสูงขึ้นไปได้อีก 4 ชั้น


บริเวณ lobby ของโรงแรม


บริเวณ lobby lounge

ครับ งานนี้ก็เป็นเหมือนบทส่งท้ายของโปรเจค LA Live ซึ่งทางเมืองแอลเอนั้นหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการนี้นั้นจะช่วยให้ downtown แอลเอนั้น คึกคักมีชีวิตชีวาเหมือนกับเมืองใหญ่ๆอื่นๆทั่วโลก อย่างนิวยอร์ค ซานฟราน โตเกียว (แม้กระทั่งกรุงเทพบ้านเรา) โดยสร้าง entertainment complex แห่งนี้ ซึ่งรวมหลายๆอย่างเข้ามาอยู่ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น สนามกีฬา โรงหนัง museum ศูนย์ประชุม ร้านค้า ร้านอาหาร ณ ขณะนี้ดูเหมือนโครงการนี้จะไปได้ดีพอสมควร มีผู้คนมาเดินเล่น มาทำกิจกรรมกันมากพอควรจากที่เปิดโครงการมาในช่วงแรกๆ แต่สิ่งที่ยังขาดไปสำหรับงานนี้ก็คือ ที่จอดรถที่ใกล้ๆและราคาสมเหตุสมผล ซึ่งตอนนี้เท่าที่เห็นอยู่ก็ราคาประมาณ 25 เหรียญต่อครั้ง (ประมาณ 800 กว่าบาท) ซึ่งถ้าใครอยากจอดถูกๆก็ต้องไปจอดไกลแล้วเดินเข้ามาเอา ซึ่งถ้าเขาต้องการให้คนใช้ระบบขนส่งมวลชน ก็ต้องมีการพัฒนากันอีกยาวไกลครับ เพราะแอลเอถือว่าเป็นเมืองที่มีระบบขนส่งมวลชนที่แย่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกนี้ เพราะรถเมล์ที่มาถึงตรงโครงการนี้ก็ไม่ค่อยสะดวก แถมยังไม่มีรถใต้ดินหรือรถไฟฟ้าผ่านแต่อย่างใด คงจะต้องดูไปอีกสักพักว่าโครงการนี้จะประสบความสำเร็จได้อย่างที่ทางเมืองแอลเอและหลายๆคนตั้งใจไว้หรือเปล่า


มุมมองไกลๆทางทิศตะวันออก


บริเวณส่วนที่เชื่อมกับ plaza ของ Nokia Theatre สามคนด้านหน้านั้นเป็นนายแบบที่ทางเว็บจ้างมา :-)


ส่วนปีกของโรงแรม JW Marriot


detail


detail


เข้ามาด้านในจะเจอส่วนที่เป็น lobby lounge ไกลๆด้านหลังของรูปนั้นคือทางเข้าด้านหน้าของโรงแรมและส่วน front desk


detail


ทางเข้าร้านอาหาร


lobby lounge


ภายในร้านอาหาร


มองย้อนกลับไปตรงทางที่เดินเข้ามา


ฝ้าเพดาน


ทางเข้าห้องน้ำตรงบริเวณ lobby มีการออกแบบ lighting ที่น่าสนใจมาก


ภายในห้องน้ำชาย


แปลนหนีไฟ


detail


ด้านหลังของ front desk


front desk


โถงลิฟท์ของ Marriot


detail ของตรง canopy เหนือ front desk เป็น acrylic และ หลอด LED


บริเวณ lounge


บันไดขึ้นไปสู่ส่วน conference center


แปลนส่วน conference center


มองจากด้านบนลงมาตรง lobby lounge


แสงและเงาบนผนัง lobby


การเล่นแสงลงบนม่านเหล็ก


detail บันได


ห้องประชุมเล็กตรงชั้นบน


วิวของโครงการ LA Live ทั้งหมดตอนกลางคืน


ตรงนี้เป็นอาคารที่เป็น conference center ทั้งหมด ตรงนี้เป็นส่วนชั้นสอง


แสง สี ที่ผ่าน certain wall ลงมาบนผนัง


แปลนส่วน conference center อีกรอบ


บริเวณ pre-function


ลงมาที่ pre-function ของชั้นหนึ่ง


มองลงมาจาก pre-function ชั้นสาม


เดินออกมาดูตรงบริเวณ drop-off ของส่วนโรงแรมบ้าง


detail


ตรงบริเวณ drop-off ของส่วน condo ซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่ง


detail


detail


detail pattern ของกระจก และ metal panel


detail


ชั้นล่างด้านนอกของส่วน conference center


มองจากซอยด้านข้าง


ตรงนี้เป็นผนังภายนอกของส่วน conference center ซึ่งด้านหลังจะเป็นบริเวณ pre-function ที่ให้ชมไปแล้วรูปบนๆ


รูปสุดท้าย มุมมองจาก freeway 110

ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนจบครับ

ท่านที่ต้องการพูดคุยเกี่ยวกับงานนี้ เชิญได้ ที่นี่ ครับ

ข้อมูลอ้างอิง Architects Newspaper 03.31.2010

     

กรุณาส่งคำแนะนำมาที่ got_arch@yahoo.com

หน้าแรก | โปรเจค | แกลเลอรี่ | บทความ | ลิ้งค์ | เกี่ยวกับเรา