Home
Featured Projects
Photo Gallery
All Buildings
Articles
Links
About us
Interviews & Lectures
Book Reviews


   
Project : CityCenter Part 3
Location : Las Vegas, Nevada, U.S.A.
Architects : Norman Foster, KPF, Helmut Jahn, Rafael Vinoly
Photos by : Tor [41 Photos]

คราวนี้ถือเป็นตอนสุดท้ายที่เก็บตกอาคารต่างๆที่ยังไม่ได้กล่าวถึงในโปรเจค CityCenter จากตอนที่ 1 และ ตอนที่ 2 นะครับ


มาเริ่มกันที่อาคารนี้ก่อน tram station ตรงโรงแรม Monte Carlo ซึ่งเป็นโครงสร้างแบบผ้าใบขึง (fabric structure)


อันนี้เป็นอีกสถานีหนึ่งตรงโรงแรม Bellagio แต่ใช้โครงสร้างเดียวกันกับสถานีรูปด้านบน


detail


ส่วนรูปนี้ตรงสถานีที่อยู่ในห้าง The Crystals ที่กล่าวถึงไปในตอนที่ 1


ต่อมาเป็นอาคาร Veer Towers ออกแบบโดย Helmut Jahn เป็นอาคารแฝดสูง 37 ชั้น แต่ละอันจะเอียงออกจากแกนกลางไป 5 องศาไปในทิศตรงกันข้ามกัน การใช้งานของอาคารนี้นั้นเป็น คอนโด จำนวน 337 ยูนิตในแต่ละอาคาร โดยขนาดของยูนิตก็จะมีตั้งแต่ 46 ตารางเมตรไปจนถึง 140 ตารางเมตร


ป้ายชื่ออาคารเหนือประตูทางเข้า


ภายในโถง lobby ที่สูงและแคบมาก ด้านขวาเป็นผลงานศิลปะนะครับ ไม่ใช่ใครมาทำอะไรเลอะเทอะไว้


ดู detail ของเสาคอนกรีตเอียงๆ กับการยึดผนังกระจก


detail ตรง fin กันแดด ที่เขาเว้นนั้นคาดว่าไม่ได้ตั้งใจ แต่คงเป็นเพราะต้องมีการเปลี่ยนกระจก เลยถอด fin ออกก่อน


ตรงบริเวณ lobby ของอีก tower หนึ่ง


ฝ้าเพดานเป็นกระจก (ไม่ก็วัสดุพวก chrome) ยิ่งสะท้อนให้ส่วน lobby ดูสูงขึ้นไปอีก


ภายใน lobby


อาคารถัดไปเป็นโรงแรม Mandarin Oriental ออกแบบโดยบริษัท Kohn Pederson Fox (KPF) เจ้าพ่อทางด้านตึกสูง อาคารนี้นั้นแบ่งสามส่วนหลักๆคือ หนึ่ง ส่วนที่เป็น podium หรือ อาคารเตี้ย นั้นจะประกอบไปด้วย ร้านค้า และห้อง ballroom
สอง คือส่วนที่เป็นโรงแรมระดับห้าดาว โดยที่ lobby ของโรงแรมนั้นจะเป็น sky lobby ต้องขึ้นลิฟท์ไปที่ชั้น 22 ก่อน
สาม คือส่วนที่เป็นคอนโด จำนวน 225 ยูนิต จะอยู่เหนือส่วนที่เป็นโรงแรมขึ้นไป


facade หรือ ผนังของอาคารประกอบด้วย fritted glass และแผ่น aluminum panel ที่เห็นเป็นแถบๆตรงกลางอาคารนั้นเป็นชั้นของ sky lobby ของส่วนโรงแรม


บริเวณที่รับส่งแขกผู้มาพักที่โรงแรม


ทางเข้า


lobby ตรงด้านล่าง ตรงนี้ไม่เห็นจะมีพนักงานต้อนรับอยู่สักคน


ต้องขึ้นลิฟท์มาที่ชั้น 22 จึงจะเจอ sky lobby


บริเวณโถงลิฟท์ ผนังตรงนี้น่าสนใจดี


ถ้าดูใกล้ๆจะเห็นว่า ก้อนทองๆนั้น ดูคุ้นๆเหมือนเคยเห็นในหนังจีน คิดว่าคงมีที่มาจากเงิน(ทอง)สมัยโบราณของจีน


รูปนี้เหมือนจะถ่ายมืดไป แต่จริงๆแล้วมันมืดๆอย่างงั้นจริงๆครับ


ทางเดินภายใน


lobby lounge ตรงนี้จะมองออกไปเห็นวิวของถนน strip ของเวกัส


ภายในห้องน้ำยังมืด


บริเวณชั้นล่างๆซึ่งเป็นส่วนร้านอาหาร


ผนังตรงส่วน podium ของอาคาร ดูแล้วคล้ายๆหิน แต่จริงๆแล้วเป็น metal cladding ชนิดหนึ่ง
ข้อมูลและรูปเพิ่มเติม ดูได้จากเว็บของ KPF ที่นี่ ครับ


ต่อมามาดูภายในอาคาร convention center (อาคารขวา) และ theatre (อาคารซ้าย) กันบ้าง


อาคารนี้ออกแบบโดยบริษัท Pelli Clarke Pelli เช่นเดียวกับโรงแรม Aria


landscape ภายในตรงนี้จะมีการเชื่อมต่อเป็นสไตล์เดียวกันกับ landscape ตรงบริเวณสระว่ายน้ำภายนอกอาคาร


มุมมองจากชั้นบนสุด


บริเวณ business center และอีกครั้งที่มีการนำไม้ชิ้นใหญ่ๆที่ดูเหมือนไม้หมอนรางรถไฟมาทำเป็นส่วนประกอบของผนัง


แปลนอาคาร


แปลนชั้น 1


แปลนชั้น 2


แปลนชั้น 3


รูปนี้เป็นบริเวณ lobby ของส่วนที่เป็น theatre


แสงสีของฝ้าและผนังเปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ


และขอปิดท้ายด้วยอาคารที่ยังไม่เปิดทำการของโปรเจคนี้ คือ The Harmon Hotel ซึ่งออกแบบโดยท่าน Lord Norman Foster (โดยส่วนตัวแล้วค่อนข้างจะผิดหวังกับอาคารนี้ของท่าน Foster พอสมควร) โรงแรมนี้เขาตั้งใจที่จะทำให้เป็น boutique hotel และคอนโดในบางส่วน โดยที่ตอนแรกเขาได้ออกแบบให้เป็นอาคารสูง 49 ชั้น แต่พอสร้างไปได้ถึงชั้นที่ 15 ได้ถูกตรวจสอบ และพบว่าส่วนที่สร้างไปแล้วนั้นมีการใส่เหล็กเส้นที่ไม่ถูกต้อง (เรื่องแบบนี้ก็เกิดขึ้นได้ในประเทศที่ว่าพัฒนาแล้วเช่นเดียวกัน) ต่อมาจึงต้องถูกลดความสูงของอาคารให้เหลือแค่ 28 ชั้น โดยที่ต้องตัดส่วนที่เป็นคอนโดออกจากอาคารทั้งหมด เขาว่าอาคารนี้ยังมีการฟ้องร้องกันอยู่วุ่นวายพอสมควร เลยไม่รู้ว่าจะมีการเปิดใช้งานเมื่อไหร่ครับ

และทั้งหมดนี้ก็เป็นโครงการที่ว่าใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประวัติศาสตร์การก่อสร้างของอเมริกา ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแนวโน้มทางสถาปัตยกรรมของเมืองลาส เวกัสครั้งใหญ่เลยทีเดียว จากทั่วไปที่มักจะเป็นการจำลองสถานที่สำคัญต่างๆในโลกมารวมอย่างที่นี่ เช่น Luxor, New York New York, Paris, Venetian หรือไม่ก็ไปในแนวสวนสนุกอย่าง Treasure Island หรือ Circus Circus แต่คราวนี้เปลี่ยนมาเป็นสถาปัตยกรรมแบบสมัยใหม่ ที่นอกจากจะช่วยสร้างสีสรร ความตื่นตาตื่นใจ และความแปลกใหม่เพิ่มขึ้นให้แก่ตัวเมือง และดูเหมือนยังเป็นโครงการที่มีการลงทุนในเรื่องของสถาปัตยกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมไปไม่น้อยเช่นกัน จากการที่เขาทำให้อาคารทุกหลังนั้นได้มาตราฐาน LEED gold certificate เป็นที่น่าติดตามว่า อาคารใหม่ๆที่สร้างต่อไปในเวกัส จะออกมาเป็นอย่างไร จากการที่โครงการ CityCenter นี้ได้สร้างมาตรฐานใหม่ขึ้นให้แก่เมืองนี้

ขอขอบคุณที่ติดตามมาจนจบครับ

ถ้าต้องการพูดคุยเกี่ยวกับอาคารต่างๆในส่วนนี้ เชิญ ที่นี่ ครับ

ข้อมูลอ้างอิงจาก wikipedia ที่นี่ ครับ

     

กรุณาส่งคำแนะนำมาที่ got_arch@yahoo.com

หน้าแรก | โปรเจค | แกลเลอรี่ | บทความ | ลิ้งค์ | เกี่ยวกับเรา