Home
Featured Projects
Photo Gallery
All Buildings
Articles
Links
About us
Interviews & Lectures
Book Reviews

   
Project : Grammy Museum (LA Live! Phase 2)
Location : Los Angeles, California, U.S.A.
Architects : RTKL, Gallagher and Associates
Photos by : Tor [64 Photos] + [1 photo from flickr.com]

เมื่อประมาณปีกว่าๆทางเว็บของเราได้นำโครงการ Nokia Theatre ซึ่งเป็นอาคารหนึ่งในเฟสแรกของโครงการพัฒนาที่ดินที่ใหญ่ ที่สุดแห่งหนึ่งในแอลเอ ที่มีชื่อว่า LA Live! วันนี้เลยขอนำกลุ่มอาคารในเฟสสองที่เพิ่งสร้างเสร็จและเปิดใช้ไปเมื่อไม่นานมานี้ มาให้ชมกันครับ กลุ่มอาคารทั้งหลายในเฟสสองนี้ก็ประกอบไปด้วย Grammy Museum, ESPN building, Nokia Club, AEG building, และร้านอาหารเป็นจำนวนมาก เรื่องที่จะนำมาเล่าในคราวนี้จะเน้นไปทาง Grammy Museum มากกว่าส่วนอื่นๆครับ


มุมมองไปสู่ Grammy Museum จากถนนด้านหน้า ถัดไปทางซ้ายมือนั้นเป็นอาคาร ESPN จะเห็น Staples Center อยู่ลิบๆ ส่วนอาคารสูงด้านหลังนั้นเป็นส่วนหนึ่งของโครงการในเฟสสามที่กำลังก่อสร้างอยู่ อาคารนี้จะเป็นโรงแรมระดับห้าดาว Ritz-Carlton โรงแรม JW Marriot และ Ritz-Carlton Residences (ไม่เป็นคอนโดก็คงเป็นอพาร์ทเมนต์) จากความเห็นส่วนตัวเมื่อดูจากภายนอกของกลุ่มอาคารในเฟสสองนี้แล้ว ถึงแม้ว่าจะดูทันสมัยดี แต่เหมือนกับว่าอาคารขาดเอกลักษณ์อะไรบางอย่างไป ดูรวมๆแล้วคล้ายๆกับอาคารประเภท commercial อื่นๆ ซึ่งไม่ได้สะท้อนกับลักษณะการใช้อาคารเท่าไร ประมาณว่าวันใดวันหนึ่งจะเปลี่ยนมาใช้งานเป็นห้างสรรพสินค้า ก็คงทำได้อย่างง่ายดาย ซึ่งนั่นอาจจะเป็นความตั้งใจของผู้ออกแบบก็ได้


ดูกันใกล้ๆอีกนิด จะเห็นว่าวัสดุที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็น aluminum cladding กับกระจก ซึ่งคงพยายามที่จะทำให้กลมกลืนกับอาคาร Staples Center และ Nokia Theater ที่สร้างมาก่อนหน้านี้


ทางเข้าหลักของ museum ผนังกระจกขนาดใหญ่ทำให้มองเข้าไปเห็นบางส่วนของ museum


เว็บเราพาไปชม art museum มาหลายที่แล้ว แต่ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่จะมาชม museum ทางการดนตรีกัน


บริเวณขายตั๋วทางเข้าด้านหน้า


Ground Floor Diagram


Museum Lobby ตอนยังไม่เปิด การชม museum แห่งนี้ก็คล้ายๆกับที่อื่นๆคือ ให้ขึ้นลิฟท์ขึ้นไปชั้นบนสุดก่อน แล้วค่อยๆเดินชมนิทรรศการลงมาเรื่อยๆ บันไดเลื่อนที่เห็นด้านข้างของรูปนั้นใช้ลงอย่างเดียวมาจากชั้นบนครับ

 


Fourth Floor Diagram
เนื่องจากเขาไม่ให้ถ่ายรูป แต่ก็แอบถ่ายมานิดๆหน่อยๆ รูปจะเบลอๆไปพอสมควรนะครับ แต่ที่เว็บ flickr.com มีคนถ่ายภายในชัดๆไว้หลายคน จะใช้วิธีทำ link ตรงชื่อของส่วนที่พูดถึงไปสู่รูปของคนอื่นที่เว็บ flickr แทน เพื่อตัดปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ของรูปครับ


เมื่อขึ้นลิฟท์มาที่ชั้น 4 จะเจอห้องนี้เป็นห้องแรก Grammy: The Greatest Music ซึ่งจะเป็นห้องเป็นเหมือนโถงต้อนรับ ด้านข้างเขาก็จะโปรเจคพวกศิลปินดังๆต่างๆที่เคยได้รับรางวัล Grammy พร้อมกับเพลงบรรเลงประกอบ เพื่อเป็นการโหมโรงก่อนที่จะเข้าไปในส่วน Exhibits


ส่วนที่เจอเป็นสิ่งแรกในห้อง Exhibits คือส่วน Music Landscape จะเป็นเหมือนโต๊ะยาวๆที่เขาโปรเจคภาพลงมาจากด้านบน โดยจะแบ่งออกเป็น 6 ส่วน(หรือหน้าจอ)ด้วยกัน แต่ละส่วนจะมีหูฟังคุณภาพดีใช้ได้ทีเดียวให้สองอัน เผื่อใครมาเป็นคู่จะได้ฟังด้วยกันได้ สิ่งที่เขาแสดงตรงนี้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับแนวดนตรีประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น pop, rock,heavy metal, blue, rap และอื่นๆอีกหลายสิบแนว เป็นตัวหนังสือวิ่งเอื่อยๆไปเรื่อยๆ ถ้าเราสนใจแนวไหน ก็ใช้นิ้วแตะลงไปบนจอได้เลย มันก็จะขึ้นข้อมูลเกี่ยวกับแนวเพลงนั้นมา เพลงตัวอย่างให้ฟังสองสามเพลง และเสนอแนะแนวเพลงที่ใกล้เคียงให้เข้าไปค้นหาต่อไป

Above photo by: intellichick (from flickr.com some rights reserved)
http://www.flickr.com/photos/intellichick/3077598163/


บริเวณรอบๆส่วน Music Landscape จะเป็น booth ต่างๆ ซึ่งฉาย vdo เกี่ยวกับแนวดนตรีที่ค่อนข้างจะเก่านิดหน่อย เช่นพวก classic, jazz, country, folk เป็นต้น


ข้างๆ booth ก็จะมีพวกของจัดแสดงที่เกี่ยวข้องกับแนวดนตรี เครื่องดนตรี หรือไม่ก็ศิลปินในแนวนั้นๆ


บนชั้นนี้จะมีห้อง listening station เป็นห้องที่ใช้ฟังเพลงที่ได้รับรางวัล grammy ในปีก่อนๆโดยเฉพาะ วิธีการเลือกฟังเพลงเขาก็ทำได้น่าสนใจพอควร โดยแสดงเมนูบนจอ LCD ขนาดใหญ่ เป็นระบบ touch screen เราสามารถเลื่อนหน้าจอขึ้นลงได้โดยการใช้มือถูเลื่อนๆไปบนจอ (ลักษณะคล้ายๆกับการใช้ iphone)


Third Floor Diagram
นิทรรศการในชั้นนี้ครึ่งหนึ่งจะเป็นเกี่ยวกับเรื่องการบันทึกเสียง โดยเริ่มตั้งแต่สมัยที่เอดิสันประดิษฐ์เครื่องบันทึกเสียงระบบ mono ได้ครั้งแรกของโลก และพัฒนามาเป็นระบบ stereo มาจนถึงระบบบันทึกเสียงแบบ digital surround sound ในห้อง "From Mono to Surround" เขาจะแสดง music vdo โดยจำลองให้ฟังถึงเสียงเพลงสมัยใหม่ที่ถ้าเป็นระบบที่เอดิสันทำ เรื่อยมาจนถึงแผ่นเสียง เทป มายัง ipod จนสุดท้ายเป็น surround 5.1ผมยืนดูไปเรื่อยๆตั้งแต่เพลง rap, ไปจนถึงเพลง classic อย่าง Rhapsody in Blue ที่บรรเลงโดยสุดยอดนักเปียโนอย่าง Lang Lang และ Herbie Hancock กับวงorchestra ด้วยระบบเครื่องเสียงและระบบ acoustic ในห้องชั้นดี ทำให้ฟังแล้วรู้สึกเหมือนกับได้ไปยืนชมคอนเสิร์ตอยู่ข้างๆเปียโนจริงๆเลยครับ (แหะๆ อาจจะเว่อร์ไปเล็กน้อย)


ส่วนที่น่าสนใจที่สุดของชั้นนี้ คือ ส่วน In The Studio เป็นนิทรรศการแบบ interactive ที่ให้ผู้เข้ามาชมได้มีประสบการณ์จริงๆ ในขั้นตอนการทำงานบันทึกเสียงของพวกนักดนตรี producer และ sound engineer โดยเขาจะแบ่งเป็นห้องเล็กๆต่างๆที่มีการใช้งานที่แตกต่างกันไป เช่น ห้องฝึกทำจังหวะ, การ mix เสียง, การปรับแต่งเสียง เช่น equalizer, compressor, และห้องที่เด็ดสุดคือ ห้องบันทึกเสียงร้อง โดยเขาจะมีเพลงบรรเลงและเนื้อเพลงแบบ karaoke ให้ เราร้อง (แน่นอนว่าเป็นเพลงที่เคยได้รางวัล Grammy มาก่อน) ทั้งส่วนที่เป็นท่อนหลักและเสียงประสาน เสร็จแล้วก็ให้เราลอง mix ผลงานของเราดูเอง


ภายในห้อง Mastering เป็นขั้นตอนสุดท้ายในการบันทึกเสียง เราสามารถลองปรับค่าต่างๆได้โดยบนจอระบบ touch screen ได้เลย ส่วนอื่นๆของชั้นนี้นอกจากเรื่องการบันทึกเสียงแล้วก็จะเป็นเกี่ยวกับ Grammy Awards เช่น ประวัติ และ ศิลปินที่เคยได้รับรางวัลที่ผ่านมา


Second Floor Diagram
ลงมาถึงส่วนนิทรรศการชั้นสุดท้ายคือชั้นสอง ซึ่งประกอบไปด้วย Special Exhibits ตอนที่ผมไปดูนั้นเขาแสดงเกี่ยวกับ เพลงที่เกี่ยวข้องกับการเมืองอยู่ Grammy Sound Stage นั้นเป็นเหมือนห้อง auditorium ขนาดกำลังดี และ สุดท้ายคือ museum store


บรรยากาศภายใน Grammy Sound Stage ซึ่งกำลังฉายเบื้องหลังงาน Grammy Awards 2009 ที่ Beyonce กับ Tina Turner แสดงร่วมกัน

นับว่าการมาชม Grammy Museum ในครั้งนี้ ผมได้รับความรู้เกี่ยวกับดนตรีขึ้นมาเยอะเหมือนกัน จากการที่เป็นคนเล่นดนตรีได้บ้างเล็กๆน้อยๆ (ฝีมือไม่ให้แต่ใจรัก) ทำให้มีความกระตือรือร้นที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในนิทรรศการต่างๆ ที่เขาทำมาให้เล่น เสียดายอย่างหนึ่งคือไม่ได้เอากระดาษกับดินสอไป เพราะว่าบางทีได้ลองฟังเพลงที่มีอยู่ในนิทรรศการแล้ว รู้สึกชอบหลายๆเพลง แต่ดันไม่มีอะไรให้บันทึกชื่อเพลงได้เลย หลังจากออกมาจาก museum แล้วก็ลืมหมดตามระเบียบ
นับว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ดีเหมือนกันครับ อยากให้บ้านเรามี museum แบบนี้บ้าง เพราะน่าจะช่วยส่งเสริมให้ผู้คนในบ้านเรามีความรู้ทางด้านดนตรีมากขึ้น ได้สัมผัสถึงความหลากหลายในแนวดนตรีต่างๆ และเข้าใจในความยากลำบากของคนที่เกี่ยวข้องในวิชาชีพ การสร้างดนตรี ว่ากว่ามันจะออกมาเป็นเพลงสามสี่นาทีให้เราฟังกันได้นั้น มันต้องผ่านขั้นตอนที่ไม่ใช่ง่ายๆเหมือนกัน


ต่อไปมาชมภายนอกอาคารต่างๆในเฟสสองกัน รูปข้างบนนี้เป็น site plan


ESPN building


Fender Strat ยอดนิยม


ทางเดินระหว่าง ESPN กับ Grammy Museum ไปสู่ plaza ด้านหน้า Nokia Theatre


detail


Ritz-Carlton Hotel อยากตั้งชื่องานนี้ว่าตึกผ้าขาวม้า ^_^


บริเวณ Nokia Plaza ด้านหน้า Nokia Theatre


จริงแล้วเต็มๆคือ Wolfgang Puck Bar & Grill พูดแล้วนึกถึงหนังที่ Adam Sandler เล่นเป็นพ่อครัว ถ้าจำไม่ผิดเรื่อง Spanglish ประมาณว่าเขาไม่ใช่ Wolfgang Puck แต่จะออกไปทาง Wolfgang Suck มากกว่า
ออกนอกเรื่องไปเยอะ คือรูปนี้ตั้งใจที่จะถ่ายหลอด LED ที่เขาฝังไว้ใน louver น่ะครับ (ที่เห็นเป็นจุดๆ)

 


ชั้นสอง ทางเข้า Nokia Club ซึ่งคิดว่าเป็นสถานที่จัดคอนเสิร์ตอีกแห่งหนึ่ง แต่อาจจะเล็กหน่อย


detail


detail


ตึก ESPN


ตึก AEG

จบบริบูรณ์ ขอขอบคุณที่ติดตามมาจนจบครับ

ชมรูปภายในของ Grammy Museum เพิ่มเติมได้อีกเยอะแยะที่ flickr.com ที่นี่ ครับ

     

กรุณาส่งคำแนะนำมาที่ got_arch@yahoo.com

หน้าแรก | โปรเจค | แกลเลอรี่ | บทความ | ลิ้งค์ | เกี่ยวกับเรา