Home
Featured Projects
Photo Gallery
All Buildings
Articles
Links
About us
Interviews & Lectures
Book Reviews

   
Project : Art Center College of Design
Location : Pasadena, California, U.S.A.
Architect : Daly Genik Architects
Photos by : Tor [34 Photos]

วันนี้ขอนำอาคารของสถาบันแห่งหนึ่งที่เป็นที่เขาว่ากันว่าเป็นสถาบันการออกแบบที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของอเมริกามาให้ชมกันครับ อาคาร Art Center College of Design หลังนี้เป็น campus ย่อยที่แยกออกมาจาก campus หลักซึ่งอยู่ใน downtown ของเมือง Pasadena ที่ค่อนข้างจะดูหรูหราในสภาพแวดล้อมที่สวยงาม หลังๆนี้พัฒนาไปมากดูดีเกือบเทียบเคียง Beverly Hills เลยทีเดียว แต่ที่ตั้งใหม่ของอาคารนี้จะอยู่ในย่านที่ค่อนข้างจะเป็นย่านอุตสาหกรรม เรียกว่าบรรยากาศต่างกันจากหน้ามือ เป็นหลังมือไปเลย


มุมมองจากทางทิศใต้ของอาคาร

อาคารหลังนี้จริงๆแล้วเป็นการดัดแปลงการใช้งานจากอาคารเก่าซึ่งถูกสร้างขึ้นราวๆช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยการใช้งานเดิมนั้นเขาสร้างขึ้นโดยความร่วมมือกันของบริษัทผลิตเครื่องบินยักษ์ใหญ่หลายๆราย เช่น Douglas, Lockheed และ McDonnell เพื่อสร้างอุโมงค์ลมขนาดยักษ์ไว้ทดสอบเครื่องบิน ต่อมาในยุคปี 60 บริษัท Dacor ผู้ผลิตเครื่องครัวระดับหรู ก็เข้ามาซื้ออาคารเพื่อใช้เป็นโรงงานผลิตเครื่องครัว และมีการต่อเติมอาคารเดิมออกไปมากพอสมควร ด้วยความที่เคยเป็นโรงงานมาก่อน อาคารนี้จึงไม่ค่อยจะมีหน้าต่างมากเท่าไรนัก แถมยังมีแปลนที่ค่อนข้างจะซับซ้อนซ่อนเงื่อนเป็นอย่างมาก เป้าหมายหลักในการออกแบบของสถาปนิกอย่างแรกเลยก็คือ ต้องสร้างความเชื่อมโยงกันระหว่างตัวอาคาร กิจกรรมการใช้งาน รวมไปถึงผู้คนที่เดินผ่านไปมาบนท้องถนน ในขณะเดียวกันก็ต้องสะท้อนให้เห็นถึงนวตกรรม โดยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ทั้งในแง่การออกแบบและวิศวกรรม

หลังจากที่สถาปนิกได้ทำการประเมินตัวอาคารเดิม กับการใช้งานใหม่แล้ว เขาได้ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงส่วนที่อยู่ภายในให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยการใช้วัสดุเดิมที่มีอยู่ แต่อาจจะมีการ sandblast (พ่นทราย) บ้าง เพื่อให้เห็นเนื้อแท้ของวัสดุเดิม และมีการปรับปรุงให้ circulation ภายในอาคารใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น ส่วนบันไดด้านหน้าอาคารที่ทำหน้าที่เป็นเหมือนประติมากรรมชิ้นหนึ่งไปด้วยนั้น ช่วยเน้นทางเข้าสู่ภายในอาคารและเป็นทางสัญจรหลักที่เชื่อมแต่ละชั้นของอาคารเข้าด้วยกัน


Sculptural Stairs

ส่วนของอาคารเดิมที่เคยใช้เป็นอุโมงค์ลมนั้น ภายในจะค่อนข้างมืดเนื่องจากมีหน้าต่างน้อยมาก สถาปนิกเขาได้แก้ปัญหาโดยการเจาะหน้าต่างทะลุผนังคอนกรีตเดิม และเจาหลังคาทำ skylight เพื่อให้แสงธรรมชาติ เข้ามาในส่วนที่เป็นสตูดิโอ และ ห้องเรียน ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้คนภายนอก สามารถมองเขามาเห็นกิจกรรมภายในอาคารได้มากยิ่งขึ้น

ส่วนที่เป็น skylight นั้น เขาต้องการให้เป็นเหมือนประติมากรรมชิ้นหนึ่งเช่นเดียวกัน โดยสถาปนิกได้ออกแบบโดยการร่วมมือกับ Bruce Mau ซึ่งเป็น graphic designer, บริษัท ARUP วิศวกรโครงสร้าง และ Foiltec ที่เป็น technician โดยความตั้งใจคือเข้าต้องการที่จะออกแบบระบบพิเศษที่สามารถควบคุมทั้งแสง และสภาพแวดล้อมภายในส่วนส่วนที่เป็นสตูดิโอได้ ผลที่ออกมาจึงเป็นระบบ skylight ที่เขาใช้วัสดุ ETFE ( Ethylene Tetrafluoroetylyne ที่ใช้เป็นวัสดุหลังคาของสนามกีฬา Bird's Nest และ เป็นทั้งผนังและหลังคาของอาคาร Water Cube ที่ใช้แข่งกีฬาว่ายน้ำในงานโอลิมปิคที่จีน) สามชั้นด้วยกัน แต่ละชั้นจะมีการพิมพ์เป็น pattern ลงไปบนพื้นผิววัสดุ จากนั้นจึงทำการอัดลมเข้าไปตรงระหว่างชั้น ถ้าสภาพอากาศที่มีแสงแดดจัด หรืออุณหภูมิสูงถึงจุดหนึ่ง sensor จะสั่งงานให้อากาศที่ถูกอัดอยู่ภายในนั้นถูกดูดออกมา ทำให้ชั้นต่างๆของ ETFE เคลื่อนตัวเข้าหากัน และ pattern ที่ถูกพิมพ์อยู่นั้น เมื่อเคลื่อนที่เข้ามาใกล้กันก็จะเป็นตัวช่วยกันแสงแดดให้เข้ามาสู่ภายในอาคารน้อยลง เมื่ออุณหภูมิต่ำลงหรือแสงลดลง sensor ก็จะสั่งงานให้สูบลมกลับเข้าไปใหม่อัตโนมัติ (กรุณาดูรูปด้านล่างๆประกอบ เผื่อจะช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้นครับ)

อาคารหลังนี้ก็เป็นเป็นอาคารที่ได้รับ LEED Certificate จาก U.S. Green Building Council เป็นหลังแรกๆของเมือง Pasadena นี้เลย (อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ LEED เพิ่มเติมได้ ที่นี่ ) และ ได้รับ Los Angeles AIA Award ในปี 2008 ด้วยครับ


Aerial photo (ทิศเหนือชี้ไปทางซ้ายมือ)


ทางเข้าหลักของอาคาร


ใต้บันไดวัสดุที่ใช้เป็นตะแกรงโปร่งๆ


ดูใกล้ๆ


ใกล้อีกนิด


เมื่อเข้ามาสู่ภายในอาคารตรงชั้นสอง ข้างหลังผนังนั้นเป็นส่วนสตูดิโอ


เนื่องจากมาในวันเสาร์จึงไม่ค่อยมีนักเรียนมาทำงานกัน เลยดูมืดๆเงียบๆ


corridor ตรงส่วนสตูดิโอ


ตรงนี้เป็นบริเวณที่ทานอาหาร ที่เขาเจาะช่อง skylight แต่ยังไงก็ยังคงดูมืดๆอยู่ดี


ดูกันใกล้ๆ ดิบใช้ได้ทีเดียว


มองย้อนกลับไปตรง corridor


reception desk?


facade ของอาคารทางด้านทิศตะวันตกยังค่อนข้างจะทึบ แต่เขาได้เจาะช่องตรงบริเวณชั้นหนึ่ง เพื่อให้คนมองเข้าไปเห็นภายในอาคารได้บ้าง


detail


มองจากริมฟุตบาทเข้าไปสู่ส่วนสตูดิโอตรงชั้นหนึ่ง


บริเวณ service


ส่วนของนักศึกษาปริญญาโท


ย้อนกลับมาที่บันไดหลักอีกครั้งเพื่อขึ้นไปดูชั้นดาดฟ้า


ข้างบนชั้นดาดฟ้าเป็นลานขนาดกำลังดี คงมีไว้ให้นักศึกษามาจัดปาร์ตี้กัน :-D


ส่วน skylight ที่ว่าทำมาจาก ETFE 3 ชั้น ตอนกลางคืนเมื่อเข้าให้แสงภายใน พวก skylight นี้จะส่องสว่างเหมือนเป็นโคมไฟ ลอยอยู่เหนืออาคาร


landscape บนนี้เป็นพืชท้องถิ่นที่ไม่ต้องการการดูแลมากนัก เพื่อช่วยในการประหยัดน้ำและการบำรุงดูแลรักษา


ดูใกล้กับ pattern บนผิว ETFE


มองมุมนี้จะเห็น pattern เป็นลายจุดๆชัดเจนยิ่งขึ้น

ขอบคุณที่ติดตามมาจนจบครับ

ถ้าต้องการพูดคุยเกี่ยวกับงานนี้ขอเชิญ ที่นี่ ครับ

     

กรุณาส่งคำแนะนำมาที่ got_arch@yahoo.com

หน้าแรก | โปรเจค | แกลเลอรี่ | บทความ | ลิ้งค์ | เกี่ยวกับเรา