Home
Featured Projects
Photo Gallery
Articles
Links
About us

   

พอดีผมได้มีโอกาสสอบถาม คุณกุลภัทร ยันตรศาสตร์ สถาปนิกและเจ้าของบริษัท wHY Architecture ใน Los Angeles ในความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องการเปิดเสรีทางวิชาชีพ และเรื่องการทำงานอื่นๆ เพื่อที่จะนำไปลงในวารสารของสภาสถาปนิกเล่มต่อไป เลยถือโอกาสนำมาให้ได้อ่านกันก่อนล่วงหน้าครับ


มีความคิดเห็นต่อการเข้ามาปฏิบัติวิชาชีพของสถาปนิกต่างชาติในประเทศไทยอย่างไรครับ
คุณกุลภัทร : ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีและจำเป็นในยุคโลกไร้พรมแดนนี้ แต่เราต้องเลือกให้เป็นและตระหนักถึงสถาปนิกที่เข้าใจและเคารพในสภาวะแวดล้อมและวัฒนธรรมต่างๆของประเทศไทย การเลือกใช้สถาปนิกต่างชาติเพียงเพราะต้องการใช้ชื่อเสียงของเขานั้นมันไม่ได้เป็นประโยชน์กับใครเลย ผมคิดว่าการเปิดกว้างให้สถาปนิกจากภายนอกที่มีความสามารถเหมาะสมเข้ามาทำงาน น่าจะช่วยเปิดโลกของสถาปัตยกรรมในประเทศไทยสู่สาธารณะชนภายในและภายนอกได้ดียิ่งขึ้น ปัญหาก็คือว่าเราจำเป็นจะต้องเข้าใจตัวเอง และเลือกสถาปนิกให้เหมาะสมกับงาน

คิดว่าสถาปนิกต่างชาติมีข้อได้เปรียบหรือเสียเปรียบสถาปนิกไทยอย่างไรครับ
คุณกุลภัทร : ผมคิดว่าขึ้นอยู่กับโครงการ คงไม่สามารถพูดแบบรวมๆได้ครับ หลายๆโครงการนั้นต้องการสถาปนิกที่มีประสบการณ์และ ความรู้ที่สถาปนิกต่างชาติอาจจะได้เปรียบ ในขณะเดียวกันโครงการที่มีความละเอียดอ่อนต่อสภาพสังคม วัฒนธรรม และ ต้องการสะท้อนให้เห็นถึงการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ สถาปนิกไทยอาจจะได้เปรียบ คงจะเหมารวมตอบไม่ได้ครับ

เนื่องจากบริษัทคุณกุลภัทรอยู่ในลอส แอนเจลลิส ไม่ทราบว่ามีงานออกแบบในไทยไหมครับ
คุณกุลภัทร : มีครับ

แล้วไม่ทราบว่ามีวิธีการทำงานอย่างไรครับ
คุณกุลภัทร : ก็เหมือนกับที่ผมทำในที่อื่นๆทั่วโลกครับ ผมพยายามที่จะคำนึงถึงและเคารพวัฒนธรรม ผู้คน ศิลปะ และ สถาปัตยกรรมในประเทศหรือท้องถิ่นนั้นๆ ในขณะเดียวกันก็พยายามที่จะนำเสนอสิ่งใหม่ๆ แต่เข้ากันได้กับวัฒนธรรมสถาปัตยกรรมท้องถิ่นที่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลานั้นๆครับ


ขอทราบ Best Practice ของบริษัทคุณกุลภัทรได้ไหมครับ
คุณกุลภัทร : 1. ต้องทำให้แน่ใจว่าทุกคนในออฟฟิสมีความกระตือรือร้นและรักในสิ่งที่เขาทำอยู่ทุกวัน

2. ต้องทำให้แน่ใจว่าคุณเคารพและตอบสนองต่อทุกคนที่คุณร่วมงานด้วย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า พนักงาน ที่ปรึกษา และ ผู้คนทั่วไป พยายามที่จะให้ทุกคนในออฟฟิสมีส่วนร่วมในกระบวนการทำงาน และให้เขามีความรู้สึกว่าเขาเป็นเจ้าของงานนั้นๆ

3. ต้องทำให้แน่ใจว่าคุณรู้ว่าทำไมคุณถึงเป็นสถาปนิก เตือนตัวเองเรื่อยๆถึงเหตุผลที่ว่าทำไมคุณถึงรักงานสถาปัตยกรรม ถ้าคุณไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น บางทีคุณอาจจะประกอบอาชีพอย่างอื่นดีกว่า

คิดว่าอะไรเป็นจุดแข็งของบริษัทคุณกุลภัทร ที่ทำให้สามารถแข่งขันกับสถาปนิกท้องถิ่นของอเมริกาได้ครับ
คุณกุลภัทร : ความ creative และการออกแบบด้วยใจ โดยที่ไม่ต้องมีสไตล์ใดๆกำหนดไว้ล่วงหน้า เราสามารถแข่งกับใครก็ได้ ไม่ใช่แค่สถาปนิกอเมริกันครับ

แผนของบริษัทของคุณกุลภัทรในอีก 5 ปีข้างหน้าล่ะครับ
คุณกุลภัทร : พยายามผลักดันพวกเราให้ทำงานให้ดีที่สุดสำหรับทุกๆโอกาสที่ผ่านเข้ามา และพยายามที่จะทำงานที่จะทำงานทุกโครงการที่เรามีอยู่บนโต๊ะตอนนี้ให้เสร็จ โดยให้มีประสิทธิภาพสูงสุดและได้ผลลัพท์ที่ออกมาอย่างดีที่สุดที่จะทำได้

ประเด็นฝากหรือข้อเสนอแนะสำหรับสภาสถาปนิกเรื่องการเปิดเสรีทางวิชาชีพสถาปัตยกรรมครับ
คุณกุลภัทร : วิธีที่ดีที่สุดคือต้องให้ข้อมูล ให้บทเรียนที่ผ่านมา และให้ความรู้แก่เจ้าของโครงการในประเทศไทยให้เหมาะสมกับสถานการณ์ให้มากที่สุด เพื่อให้เจ้าของโครงการไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชนนั้นเข้าใจถึงความสำคัญและศักยภาพของโครงการของเขาอย่างแท้จริง และสามารถที่จะสรรหาสถาปนิกที่เหมาะสมที่สุด เพื่อที่จะสร้างฝันของเขาให้เป็นจริง มันไม่สำคัญว่าสถาปนิกนั้นจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติ สถาปนิกที่ดีและเหมาะสมที่สุดควรที่จะได้มีโอกาสออกแบบโครงการนั้น โดยไม่ติดกับเรื่องของ เชื้อชาติ เพศ หรือ ศาสนาครับ

ประเด็นฝากถึงน้องๆรุ่นใหม่ครับ
คุณกุลภัทร : เป็นตัวของตัวเองครับ ผมชอบ motto หนึ่งที่คาวบอยอเมริกันใช้กันที่ว่า “DO RIGHT AND FEAR NO MAN”

 

ขอขอบคุณพี่กึ๋น กุลภัทร ยันตรศาสตร์สำหรับบทสัมภาษณ์นี้ด้วยครับ
     

กรุณาส่งคำแนะนำมาที่ got_arch@yahoo.com

หน้าแรก | โปรเจค | แกลเลอรี่ | บทความ | ลิ้งค์ | เกี่ยวกับเรา