Home
Featured Projects
Photo Gallery
Articles
Links
About us

   

สวัสดีครับ วันนี้มาต่อกันด้วย Lecture ของ Jun Aoki ที่คราวที่แล้วจบที่ประมาณครึ่งเดียว (คลิ๊กที่นี่ เพื่อกลับไปที่ part 1)


งานเก่าหน่อยของเขา Louis Vuitton ที่ Nagoya


เหมือนเขาจะได้ไอเดียมาจากวัสดุชนิดหนึ่งซึ่งมีส่วนประกอบเป็นอากาศซะมากกว่า 90 เปอร์เซนต์ ส่วนที่เหลือนิดหน่อยนั้นเป็นสารสังเคราะห์ ทำให้ตัววัสดุมันดูโปร่งๆ


เขาต้องการให้ตึกได้เอฟเฟคออกมาอย่างวัสดุที่ได้กล่าวไป โดยการใช้กระจกที่มี pattern สีขาวๆลายเดียวกัน มาซ้อนห่างกันประมาณ 1.2 cm. แล้วเลื่อนให้ pattern มันเหลื่อมกันเล็กน้อย มันก็จะออกมาได้เอฟเฟคอย่างที่เห็นในรูปครับ


อีกมุมหนึ่่ง


งาน White Chapel ที่โรงแรม Hyatt Osaka เขาว่าโรงแรมใหญ่เกือบทุกแห่งในญี่ปุ่น จะต้องมีโบสถ์คริสต์ไว้ประกอบพิธีแต่งงาน


เขามีความสนใจเกี่ยวกับโครงสร้างที่เป็นโมดูล 6 เหลี่ยมอย่างที่เห็น


มันสามารถนำมาต่อกันเป็นรูปทรงที่น่าสนใจ


จากรูปทรงข้างบน ถ้าตัดออกเหลือแต่วงกลมก็จะได้เป็นโครงสร้างอย่างนี้


สามารถนำมาต่อได้เรื่อยๆ


ต่อกันได้ขนาดนี้


เขาเลยเอาโครงสร้างนี้มาเป็นตัวรับน้ำหนักผนังกระจกของงาน White Chapel นี้


มุมมองจากภายนอก


อีกมุมหนึ่ง


ภายในโบสถ์


แสงและเงาที่ตกกระทบบนโครงสร้างนั้นน่าสนใจมากทีเดียว


ดูใกล้ๆ


Snow Foundation งานนี้ไม่แน่ใจเหมือนกันครับว่ามีไว้ทำอะไร


งานนี้เขาได้คิดค้นระบบปรับอากาศภายในอาคารโดยใช้หิมะจากข้างนอกอาคารมาช่วย


เขาใช้เจ้ารถในรูปนี้ช่วยขุดหิมะเข้าไปใส่ในตึก


layout ของอาคารนี้เขาว่าเป็นรูปหัว Mickey Mouse (ท่าทาง Aoki จะชอบ Disney มาก)


วิธีปรับอากาศของเขาคือ เขาเอาหิมะมาเก็บไว้ในห้องหนึ่ง แล้วเอาน้ำหยดลงไปบนหิมะให้เกินรูพรุนอย่างในรูป section ข้างบน เสร็จแล้วก็ดูดเอาอากาศจากภายในห้องให้ที่มีอุณหภูมิ 27 องศา ให้ผ่านรูหิมะลงไป หลังจากผ่านแล้วอุณหภูมิจะตกลงไปที่ประมาณ 17 องศา แล้วเขาก็เอาอากาศอุณหภูมิต่ำนี้ วนออกไปจ่ายที่ส่วนห้องต่างๆเช่นเดิม


section งานระบบ


โมเดลศึกษาของอาคารนี้


ในทางด้านรูปทรงเขาต้องการให้มันดูแล้วกำกวม


ภายในอาคาร


ภายในอาคารอีกรูป


ดูตั้งนานก็ยังไม่รู้ว่าอาคารนี้เขาไว้ใช้ทำอะไร


งานถัดมาคือ Leeds Project เป็นงานที่เมือง Leeds ประเทศอังกฤษ ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับมาตรฐานอาคารเพื่อสิ่งแวดล้อม หรือ LEED ของอเมริกา


อันนี้เป็นอาคารดั้งเดิมซึ่งมีการใช้งานเป็นส่วนค้าขายตรงชั้นแรก ที่ Aoki สังเกตเห็นของตึกเก่านี้คือ มีการแบ่งส่วนที่เป็นฐานโดยมีเส้นแบ่งอย่างชัดเจน กับตรงยอดอาคารที่มีองค์ประกอบอาคารที่ปูดๆขึ้นไปเป็นหย่อมๆ


study model ของเขาก็เลยให้มันมีส่วนอาคารที่ปูดๆเหมือนของเก่า


เลยออกมาเป็นแบบนี้ เขาก็ยังคงเก็บเส้นที่แบ่งตัวฐานกับส่วนบนของอาคารไว้


rendering ที่ใช้คนกับรถดูเป็นการ์ตูนก็ดูน่ารักไปอีกแบบ


ดูแล้วนึกถึงการ์ตูนผีคิวทาโร่ (ท่านที่อายุเกิน 30 คงจะเคยดูสมัยเด็กๆ :-)


plan ชั้นหลังคา


ส่วนที่ปูดๆขึ้นมานั้นจะเป็นส่วนพักอาศัย แต่บางก้อนก็เป็นช่อง skylight เปิดให้แสงลงไปสู่ atrium ข้างล่าง


roof garden


บรรยากาศในห้องพักอาศัย


ผู้ชมเห็น tive ของ Aoki แล้วก็หัวเราะคิกคักกันใหญ่


โครงสร้างด้านล่างก็ยังคงเป็น grid ธรรมดา


section


แสดงให้เห็นโครงสร้าง


ส่วนร้านอาหารชั้นล่างมองขึ้นไปตรง skylight


อาจจะดูหลอนๆนิดๆ


และแล้วก็มาถึงงานสุดท้ายของ lecture ในครั้งนี้ งานสนามกีฬาในร่ม หรือ Omiyamae Sport Center


งานนี้เป็นงานประกวดแบบ site ของอาคารนี้ตั้งอยู่ใจกลาง zone ที่เป็น residential


ตอนแรกเขาจะให้เป็น mass ใหญ่ๆก้อนเดียว แต่ดูแล้วมันจะแตกต่างจาก scale ของอาคารพักอาศัยรอบๆจนเกินไป เขาเลยแตก mass ออกเป็นเล็กๆหลายๆอัน


study model ส่วนที่เป็นสนามกีฬาส่วนใหญ่จะอยู่ชั้นใต้ดิน เพื่อที่จะให้ชั้นบนดินนั้นเป็นสวนสาธารณะให้ได้มากที่สุด ก้อนที่ใหญ่ที่สุดทางซ้ายนั้นเป็น gymnasium ส่วนก้อนทางขวานั้นเป็น สระว่ายน้ำ และก้อนเล็กๆตรงกลางที่มีหน้าต่างกากบาทเยอะๆนั้นเป็นทางเข้าหลักเพื่อลงไปสู่ชั้นใต้ดิน


บางส่วนของ site ทำเป็นแปลงผักด้วย


แถมมี cafeteria เล็กๆ


วัสดุมีการใช้อิฐ


อีกมุมมองหนึ่ง


มีการพยายามใช้ต้นไม้ให้ได้มากที่สุด


มองไปที่ทางเข้าหลัก


model ตรงบริเวณทางเข้าหลัก


เข้ามาใน lobby แล้วสามารถมองไปได้ทั่วถึงใน gymnasium


ด้านใน


ด้านใน


โถงบันได


แปลนชั้นบนสุด


แปลนชั้นล่างลงมา


แปลนชั้นล่างสุด


โมเดล


ภายใน gymnasium


ฟิตเนส


บริเวณสระว่ายน้ำ


ทีมของ Aoki ชนะการประกวดแบบในครั้งนี้ แต่หลังจากนั้นเขาได้ไปดู site จริง และพบว่าภายใน site นั้นมีต้นไม้ใหญ่อยู่ 4 ต้นในรูปที่เขาไม่เห็นตอนแรก เพราะตึกรอบๆบังอยู่ และเมื่อเช็คตำแหน่งของต้นไม้เหล่านี้แล้ว ปรากฎว่ามันอยู่บริเวณที่เขาได้ออกแบบให้เป็นทางเข้าหลักของอาคารเลยทีเดียว


ทีนี้เขาเลยต้องมานั่งคิด scheme ใหม่อีกรอบ ซึ่งเขาก็บอกว่าเขายังคิดไม่ออกเท่าไหร่ ณ ตอนนี้


หนึ่งใน study model

หลังจากที่ Aoki จบการบรรยายก็มีผู้ฟังถามคำถามอยู่บ้าง เช่น การที่เขาออกแบบงานต่างให้ Louis Vuitton นั้นเขามีแนวทางในการออกแบบอย่างไร เช่น นึกถึงที่มาที่ไปของแบรนด์หรือไม่ Aoki บอกว่างานของ LV นั้น เป้าหมายคือจะต้องเป็นตึกที่โดดเด่น แต่จะต้องมีความแตกต่างกันออกไปในแต่ละสถานที่ โดยที่เขาพยายามที่ออกแบบให้งานนั้นดู เรียบง่าย เป็นมิตร ไม่ก้าวร้าว แต่ก็ไม่ soft จนเกินไป อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของ LV มากสักเท่าไร

อีกคนถามว่าที่เขาพูดถึงบริบท(context)นั้น เขาตั้งใจที่จะเคารพบริบท หรือ ตั้งใจที่จะสร้างบริบทใหม่ขึ้นมา Aoki บอกว่าเขานั้นเคารพบริบท เพียงแต่ว่าเขาต้องการที่จะค้นหาแง่มุมอื่นๆของบริบทนั้นๆ และคำถามสุดท้ายถามว่าทำไมงานของเขาถึงเป็นสีขาวทั้งนั้นเลย คุณลุงก็บอกว่า เขาคิดว่าสีขาวนั้นเป็นสีพิเศษ (ฟังตรงนี้แล้วนึกถึง Richard Meier ขึ้นมาทันที) เมื่อเขาใช้สีขาวแล้ว จะทำให้มองเห็น texture ของวัสดุได้เด่นชัดยิ่งขึ้น อีกทั้งสีขาวนั้นยังมีหลายแบบ อาจจะให้ความรู้สึกอุ่นก็ได้ อาจจะให้ความรู้สึกเย็นก็ได้ เป็นสีที่สามารถสะท้อนความรู้สึกได้หลากหลาย

ครับ ก็คงต้องขอจบการรายงาน lecture ของคุณลุง Jun Aoki สถาปนิกที่มีไอเดียเจ๋งๆ และ หลากหลายที่สุดคนหนึ่ง หวังว่า lecture ของเขาคงจะช่วยกระตุ้นต่อมความคิดของท่านผู้อ่านให้มีแรงบันดาลใจอะไรดีๆในงานออกแบบของท่านบ้างนะครับ

ขอบคุณครับ

ถ้าต้องการพูดคุยเกี่ยวกับงานของเขาในชุดนี้ขอเชิญ ที่นี่ ครับ
ชมงานของ Jun Aoki เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเขาที่ http://www.aokijun.com

กลับไปที่ part 1

 
     

กรุณาส่งคำแนะนำมาที่ got_arch@yahoo.com

หน้าแรก | โปรเจค | แกลเลอรี่ | บทความ | ลิ้งค์ | เกี่ยวกับเรา