Home
Featured Projects
Photo Gallery
Articles
Links
About us

   

วันนี้ขอนำบทสัมภาษณ์ของ Tadao Ando เกี่ยวกับเรื่องการออกแบบเมืองโตเกียวเพื่อเข้าร่วมคัดเลือกในการเป็นเจ้าภาพ การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในปี 2016 มาให้อ่านกันครับ อ๋อ ผมไม่ได้บินไปถึงโอซากาเพื่อสัมภาษณ์เขาโดยเฉพาะหรอกนะครับ บทสัมภาษณ์นี้ผมอ่านเจอจากนิตยสารญี่ปุ่นชื่อว่า Casa Brutus เล่มเดือนพฤษภาคม ปี 2009 นี้ แล้วแปลมาให้อ่านกัน (ขออภัยถ้ามีการแปลผิดพลาด หรือไม่ค่อยตรงความหมายเท่าไรไว้ที่นี้ด้วยครับ)

วิสัยทัศน์ของ Tadao Ando ที่มีต่อโตเกียวในปี ค.ศ. 2016 : เมืองที่สะอาดและเขียวยิ่งขึ้น
แปลจาก Tadao Ando's vision of Tokyo in 2016: a cleaner, greener city

Tadao Ando กำลังออกแบบเมืองโตเกียวในอนาคตอยู่ ซึ่งงานในครั้งนี้เกี่ยวข้องไปมากกว่าแค่การออกแบบอาคาร เขากำลังออกแบบผังเมืองใหม่สำหรับโตเกียวในปี 2016 ผังเมืองที่จะโชว์คนทั่วโลกว่าเมืองหลวงที่แท้จริงนั้นควรจะเป็นอย่างไรในอนาคต แรงขับเคลื่อนของโครงการนี้นั้นมาจากที่โตเกียวจะเข้าร่วมในการคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพในการจัดกีฬาโอลิมปิกในปี 2016
โครงการนี้พยายามจะคำนึงถึงแผน "โตเกียว สิบปีจากนี้เป็นต้นไป" ของรัฐบาลท้องถิ่นโตเกียว ซึ่งเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับการรักษาสภาพแวดล้อม การจราจร และ สิ่งสาธารณูปโภคต่างๆ เพื่อให้เป็นเมืองที่ยั่งยืนในอนาคต

ตอนที่ Ando อายุ 23 เขาได้มีประสบการณ์เกี่ยวกับโอลิมปิกที่มาจัดที่โตเกียวในครั้งนั้น เมื่อปี 1964 หรือ 45 ปีที่แล้ว ทีมงานของนิตยสาร Casa ได้บุกไปถึงออฟฟิสของเขาที่โอซากา เพื่อถามถึงสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ในการคัดเลือกประเทศที่จะจัดโอลิมปิกในปี 2016 นี้


main stadium , credit : http://www.tokyo2016.or.jp

ก่อนอื่นเลย ช่วยเล่าถึงงานโอลิมปิก ที่โตเกียวในปี 1964 มีความหมายต่อคุณอย่างไร
Ando : ในตอนนั้น ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่กระตือรือร้นและมีสปิริตสูงมาก พลังงานที่น่าตื่นเต้นที่เกิดจากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และความหวังของประชาชนที่จะทำให้เป็นประเทศที่มีความก้าวหน้านั้นจุดประกายให้แก่ทุกคนในประเทศ นักกีฬาหลายๆคน เช่น โคคิชิ ซึบุรายา นักวิ่งมาราธอน นั้นเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คน ถึงความเป็นไปได้ที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดที่มนุษย์จะสามารถทำได้ ในทางสถาปัตยกรรม เราก็มีสนามกีฬา Yoyogi National Stadium ออกแบบโดย เคนโซ ทังเกะ และอีกหลายๆอาคารที่ยอดเยี่ยมในโอลิมปิกครั้งนั้น อาคารเหล่านั้นเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของการฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สองต่อชาวโลก ซึ่งพวกเขาก็รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก

และตอนนี้กว่าครึ่งศตวรรษถัดมา โตเกียวจะเข้าร่วมแข่งขันในการรับเลือกเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก
Ando : ในยุคปี 1960 การผลิตและการบริโภคสินค้าแบบทีละเยอะๆ (mass production and mass consumption) นั้นเป็นกระแสหลักไม่ใช่เฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ในกลุ่มประเทศตะวันตกด้วย แต่ประชากรทั่วโลกขณะนั้นมีแค่ 3 พันล้านคน แต่ตอนนี้เรามีประชากรถึง 6.7 ล้านคน ดังนั้นเราจึงต้องคิดวิธีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่เรามีอยู่อย่างจำกัดนี้อย่างฉลาด และยั่งยืน ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เมื่อเราคิดถึงว่าเมืองควรจะเป็นอย่างไร เราต้องคำนึงถึงโลกด้วย ด้วยเหตุผลนี้เอง ผมถึงพยายามที่จะทำให้โอลิมปิกครั้งนี้เป็นเหมือนงานเทศกาลที่กระตุ้นให้ผู้คนคิดถึงโลกที่เรากำลังอาศัยอยู่นี้ โอลิมปิกเมื่อปี 1964 เป็นเหมือนมรดกของญี่ปุ่น แต่ในปี 2016 โอลิมปิกจำเป็นที่จะต้องเป็นอะไรที่ไปไกลกว่านั้น มันควรจะเป็นมรดกของโลกนี้


แผนที่ , credit : http://www.tokyo2016.or.jp

แล้วคุณกำลังวางแผนอะไรอยู่เป็นพิเศษหรือ
Ando : ผมกำลังวางแผนให้การจัดโอลิมปิกครั้งนี้มีขนาดที่กระทัดรัดกว่าคราวที่แล้ว อย่างแรกคือ สนามกีฬาส่วนมากจะอยู่ภายในโซนระยะประมาณ 8 กิโลเมตรตรงใจกลางเมือง ซึ่งสามารถเข้าถึงได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพโดยการใช้ระบบขนส่งมวลชน การทำเช่นนี้จะช่วยลดการเดินทาง และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปในตัว ผมอยากที่จะให้มีส่วนที่เรียกว่าเป็น "โซนมรดกทางวัฒนธรรม" อยู่แถวๆ Yoyogi National Stadium และ อาคารอื่นๆตั้งแต่โอลิมปิกปี 1964 และก็จะใช้อาคารเหล่านั้นในโอลิมปิกปี 2016 ด้วย 70 เปอร์เซนต์ของอาคารทั้งหมดสำหรับโอลิมปิกครั้งหน้า จะเป็นการนำอาคารเก่ามาใช้อีกครั้งหนึ่ง เนื่องมาจาก Bay Zone ซึ่งเป็นโซนใหม่ซึ่งจะก่อสร้างอยู่ริมน้ำและเป็นที่ตั้งของตัวสนามกีฬาหลัก (main stadium) นั้นอยู่ใกล้ๆกับใจกลางเมืองเลย ดังนั้นมันจึงสามารถที่จะนำมาใช้งานได้อีกหลังจากที่โอลิมปิกจบไปแล้ว


Yoyogi National Stadium , credit : http://www.tokyo2016.or.jp

คุณได้เลือกสถาปนิกที่จะมาออกแบบอาคารเหล่านั้นหรือยัง
Ando : Theme หลักอีกอย่างของโครงการโอลิมปิกในครั้งนี้คือการเปิดกว้างสู่โลกใบนี้ วิกฤตการณ์เศรษฐกิจของโลกที่เป็นอยู่ขณะนี้ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ค่อนข้างจะหดหู่ อีกทั้งระบบเศรษฐกิจทุกวันนี้นั้นมีการต่อเนื่อง เกี่ยวข้องกันอย่างลึกซึ้ง ทำให้การออกแบบสถาปัตยกรรมโดยที่เห็นแก่ตัวหรือเอาตัวเองเป็นใหญ่ (egocentric) นั้นใช้ไม่ได้อีกต่อไป ดังนั้นผมจึงได้เชิญสถาปนิกที่มีชื่อเสียงจากทั่วโลกมามีส่วนร่วมในการออกแบบอาคารต่างๆ

ผมหมายถึงว่าจะมีการประกวดแบบอย่างเปิดกว้าง เพื่อหาผู้ที่จะมาออกแบบอาคาร main stadium และอาคารอื่นๆ (ซึ่งก็คงไม่ใช่ตัวผมเอง [หัวเราะ] ) ขณะนี้ก็มี Lord Norman Foster จากอังกฤษ Renzo Piano จากอิตาลี Frank Gehry จากอเมริกา ได้แจ้งความประสงค์จะเข้าร่วมแล้ว และผมก็เพิ่งที่จะเขียนจดหมายเชิญ Jean Nouvel จากฝรั่งเศส ให้เข้าร่วมเช่นกัน การที่นำสถาปนิกชั้นนำจากทั่วโลกมาร่วมกันในครั้งนี้ เราจะมีการประกวดแบบเปิดระดับโลก และมากไปกว่านั้น เรายังให้โอกาสสถาปนิกรุ่นใหม่ทั่วโลกอย่างเท่าเทียมกัน เรากำลังก้าวไปสู่ยุคที่ว่าการสร้างเครือข่ายทั่วโลกนั้น ไม่ใช่ประกอบไปด้วยเฉพาะแค่เรื่องเศรษฐกิจ และข้อมูลข่าวสารเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของโอกาสอีกด้วย

แล้วโครงการที่มีชื่อว่า Umi-no-Mori หรือ Sea Forest ตรง Tokyo Bay นั้นมีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับโอลิมปิกครั้งนี้
Ando : เป้าหมายของแผน "Tokyo Big Change - The 10 Year Plan" คือการทำให้เมืองนั้นเป็นเมืองที่อยู่สบาย และเป็นเมืองสำหรับผู้คน ภายในสิบปี ในการที่จะทำเป้าหมายนี้ให้สำเร็จได้นั้น แผนของเรานั้นประกอบไปด้วยการออกแบบแบบ universal design (การออกแบบให้ผู้คนใช้ได้เท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นหญิง ชาย คนชรา หรือ คนพิการ) การปรับปรุงอาคารเก่าให้รับแรงแผ่นดินไหวให้ดีขึ้น และแนวความคิด ร่วมกับเทคนิกอื่นๆที่จะทำให้โตเกียวเป็นเมืองที่ปลอดภัย และผู้คนมีความเคร่งเครียดน้อยลง แผนนี้ยังมุ่งไปที่การแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดที่เรื้อรังของโตเกียวอีกด้วย โดยการสร้างระบบถนนวงแหวนรอบเมือง


Sea Forest Project, credit : http://www.tokyo2016.or.jp

อีกแง่มุมหนึ่งของแผน Tokyo Big Change นี้คือการปรับปรุงเมืองใหม่ให้เป็นเมืองที่สวยงามด้วยการใช้น้ำและ green belt corridor (พื้นที่สีเขียวล้อมรอบเมือง) เหมือนอย่างในยุคสมัยเอโดะ อย่างที่โตเกียวเคยเป็นที่รู้จักในยุคก่อนยุคสมัยใหม่ ซึ่งเป็นเมืองที่ยั่งยืนและเต็มไปด้วยสภาพแวดล้อมธรรมชาติ โครงการ Sea Forest นี้จะเป็นสัญลักษณ์ของเมืองที่ยั่งยืน หรือ sustainble city โครงการนี้ประกอบไปด้วยการปลูกต้นไม้บนพื้นที่ที่เคยเป็นที่ถมขยะมาก่อนตรงบริเวณอ่าวโตเกียว ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากประชาชนโดยการรับบริจาคเงินคนละ 1,000 เยน (350 บาท) โครงการนี้มีขนาดประมาณพื้นที่ของ Imperial palace รวมกับ Meiji Shrine ซึ่งถ้าเกาะแห่งนี้สามารถถูกแปลงสภาพให้เป็นป่าได้ เมืองอื่นๆทั่วโลกก็สามารถที่จะปรับปรุงสภาพแวดล้อมของตนเองได้ด้วยโครงการคล้ายๆกันนี้ เมื่อไรก็ตามที่ผมได้ไปบรรยายที่ต่างประเทศ ผมมักจะประชาสัมพันธ์โครงการของเรานี้ที่เราเรียกว่า "การสร้างป่าเพื่อโลก [หัวเราะ]" เราได้รับเงินบริจาคจากคนทั่วโลกกว่า 27 ประเทศ

โครงการนี้เกี่ยวข้องกับกิจกรรมอื่นๆอีกหลายอย่างด้วยกัน เช่นการปลูกหญ้าบนหลังคาโรงเรียนประถมและมัธยม สนามเด็กเล่น การผังสายไฟฟ้าลงใต้ดินแทนที่เสาไฟฟ้า และปลูกต้นไม้แทน รวมไปถึงการขอความร่วมมือจากหน่วยงานรัฐและเอกชน ในการปลูกพืชบนผนังอาคาร และบนหลังคาทั่วทั้งเมือง สิ่งต่างๆที่กล่าวมานั้นจะช่วยสร้างเครือข่ายสีเขียว ขยายตัวเริ่มไปจาก Sea Forest เข้าไปสู่ใจกลางเมือง ซึ่งทำหน้าที่เหมือนเป็นทางผ่านของอากาศที่สดชื่นจากทะเลไปสู่เมือง ด้วยวิธีนี้เครือข่ายสีเขียวจะช่วยทำฟอกอากาศและลด heat island effect (ปรากฏการณ์ที่พื้นที่ภายในเมืองมีอุณหภูมิสูงกว่าภายนอกเมือง) และ ผมก็หวังว่ามันจะเป็นการช่วยดึงสิ่งที่ดีที่สุดของนักกีฬาออกมาด้วย

เกี่ยวกับ Tadao Ando
เกิดเมื่อ ค.ศ.1941 Ando ได้ศึกษาเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมด้วยตนเองโดยการอ่านหนังสือ และท่องเที่ยวไปทั่วโลก เขาได้เปิดบริษัทของเขาเองในปี 1969 และในปี 1979 Row House ในเมือง Sumiyoshi ที่เขาออกแบบได้รับรางวัล the Architectural Institute of Japan Annual Prize ตั้งแต่นั้นมาเขาก็ได้รับรางวัลใหญ่ๆทางสถาปัตยกรรมมาแล้วเกือบทุกรางวัล เช่น AIA Gold Medal, Pritzker Prize, UIA Gold Medal ขณะนี้ Ando เป็น Professor emeritus อยู่ที่มหาวิทยาลัยโตเกียว และเขาก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมการของการเตรียมการเข้าร่วมคัดเลือกโอลิมปิกของโตเกียวในปี 2016 และเป็นประธานโครงการ Sea Forest อีกด้วย

Picture credits and more info : http://www.tokyo2016.or.jp
Ando's stamp : Casa Brutus, may 2009

 
     

กรุณาส่งคำแนะนำมาที่ got_arch@yahoo.com

หน้าแรก | โปรเจค | แกลเลอรี่ | บทความ | ลิ้งค์ | เกี่ยวกับเรา