Home
Featured Projects
Photo Gallery
All Buildings
Articles
Links
About us
Interviews
Book Reviews

   

รำลึกถึงเหตุการณ์ 9/11
โดย Tor

ขณะที่ผมกำลังพิมพ์อยู่นี้เพิ่งจะข้ามเที่ยงคืนเข้าสู่วันที่ 11 กันยายน 2011 ผมยังจำเหตุการณ์วันเดียวกันนี้เมื่อสิบปีที่แล้วได้เป็นอย่างดี ช่วงนั้นผมเพิ่งจะเรียนจบปริญญาโทมาหมาดๆ และเพิ่งจะย้ายจากมิชิแกนมาอยู่ที่แอลเอใหม่ๆ เพราะหวังว่าที่นี่คงจะมีโอกาสหางานทางสถาปัตยกรรมได้มากกว่าที่มิชิแกนหรือแม้แต่กระทั่งนิวยอร์ค เช้าวันนั้นหลังจากผมได้รับข่าวว่าตึก World Trade Center โดนเครื่องบินชน ผมรีบเปิดทีวีดู ยังแทบไม่เชื่อสายตาว่าสิ่งที่ตนเองเห็นนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ตอนแรกข่าวยังรายงานว่าอาจจะเป็นอุบัติเหตุ ขณะที่กำลังดูข่าวอยู่ได้ไม่กี่นาที เครื่องบินอีกลำหนึ่งก็พุ่งเข้าชนอีกตึกกันเห็นๆ ณ ตอนนั้นแทบจะไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่เป็นการก่อการร้ายหรือไม่ วันนั้นทั้งวันผมแทบจะไม่ได้ทำอะไรนอกจากนั่งหน้าจอทีวี ดูรายงานข่าว และเห็นตึกทั้งสองตึกถล่มหายไปกับตา


ไม่น่าเชื่อว่าก่อนเกิดเหตุแค่ประมาณสองเดือน ผมได้ไปเยี่ยมชมตึก World Trade นี้กับเพื่อน ถึงแม้โดยส่วนตัวแล้วผมจะชอบงานแนว minimalist แต่ ณ ตอนนั้นผมไม่ได้รู้สึกว่าชอบตึก World Trade Center นี้เท่าไหร่นัก เพราะมีความรู้สึกว่า ตึกที่สูงที่สุดในนิวยอร์คมันน่าจะมีอะไรที่มันดูโดดเด่นกว่านี้ ตึกนี้มันยังดูเรียบไปหน่อยเมื่อเทียบกับตึกที่อยู่รอบๆ ยังคิดเล่นๆว่าถ้าไม่มีตึกคู่สองตึกนี้ skyline ของเกาะแมนฮันตันอาจจะสวยกว่านี้หรือเปล่า ไม่คิดว่าสองตึกนี้มันจะหายไปจริงๆ หลังจากนั้นผมมีโอกาสได้กลับไปที่นิวยอร์คอีกทีเมื่อปี 2006 ได้กลับไปมองเกาะแมนฮัตตันจากมุมเดิมที่ไม่มีตึกคู่สองตึกนี้อยู่แล้ว มันไม่ได้ดีอย่างที่ผมคิดไว้ เหมือนกับว่าบางสิ่งบางอย่างนั้นได้ขาดหายไป อย่างที่เขาว่ากันว่า เรามักจะเห็นคุณค่าของสิ่งนั้นต่อเมื่อเราได้เสียมันไปแล้ว


รูปนี้ถ่ายที่บนดาดฟ้าตึก World Trade มองไปที่ตึก Empire State ดาดฟ้าของที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่สุดแห่งหนึ่งของนิวยอร์ค นับว่ายังโชคดีที่ตอนเครื่องบินชนตึกนั้น ยังไม่ถึงเวลาเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปชม ไม่งั้นคงมีผู้เสียชีวิตมากขึ้นอีกเยอะทีเดียว


เช้าวันที่ 12 กันยาผมรีบไปซื้อหนังสือพิมพ์เล่มประวัติศาสตร์มาอ่าน ซึ่งก็ยังเก็บไว้ถึงทุกวันนี้


เนื้อหาในหนังสือพิมพ์เล่มนี้เกือบทั้งฉบับพูดถึงแต่เรื่อง 9/11 มีการอธิบายถึงว่าทำไมโครงสร้างถึงได้พังลงมาในลักษณะนั้น เป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินคำว่า pancake effect


ภาพนี้ในหนังสือพิมพ์เป็นภาพที่สะเทือนใจมาก ผู้คนที่ติดอยู่ในตึกทนความร้อนและควันไม่ไหว ยอมที่จะกระโดดออกมาจากตึกดีกว่า เหตุการณ์นี้ได้สร้างวีรบุรุษเป็นจำนวนมาก ต้องนับถือในหัวใจของตำรวจและพนักงานดับเพลิงของนิวยอร์ค ที่เสียสละเข้าไปช่วยคนที่ติดอยู่ในตึก ทั้งๆที่รู้ว่าโอกาสที่ตัวเองจะได้รอดชีวิตกลับมานั้นมีน้อยเต็มที


หลังจากนั้นก็มีการประกวดแบบ master plan เพื่อที่จะสร้างอนุสรณ์สถาน อาคาร World Trade Center ใหม่ และอาคารอื่นๆอีก โดยมีการเชิญสถาปนิกจากทั่วโลกเข้าร่วมประกวด โดยทีมที่เข้ารอบสุดท้ายก็มีสถาปนิกชั้นนำของโลกอย่าง Richard Meier, Norman Foster, Rafael Vinoly และสถาปนิกอื่นๆอีกมากมาย โดยผู้ที่ชนะการประกวดครั้งนี้ได้แก่ Daniel Libeskind โดยแนวความคิดหลักของเขาประมาณว่า ไม่ควรที่จะสร้างตึกสูงลงไปบนที่เดิมอีก ควรจะเปิดโล่งปล่อยไว้เป็นอนุสรณ์สถานแล้วสร้างตึกต่างๆล้อมรอบแทน
(เครดิตรูปจาก http://www.gothamgazette.com/iotw/chosen/tour1.shtml )


ช่วงเวลาผ่านไป แบบของ Libeskind ก็ได้ถูกปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าตัวเขาเองสุดท้ายจะไม่ได้ออกแบบอาคารใดเลยใน site นี้ แต่แนวความคิดหลักของเขาในงานนี้ก็ยังคงอยู่ สถาปนิกที่มีชื่อเสียงหลายๆคนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบ
1. อาคารหลัก 1 World Trade Center (1WTC) หรือที่เคยมีชี่อว่า Freedom Tower ดูแลโดย David Child จาก SOM ซึ่งคาดว่าจะสร้างเสร็จในปี 2013
2. Performing Arts Center โดย Frank Gehry ยังไม่มีกำหนดเสร็จ
3. 2 World Trade Center (2WTC) โดย Foster + Partner ยังไม่มีกำหนดเสร็จ
4. Transportation Hub โดย Santiago Calatrava คาดว่าจะสร้างเสร็จในปี 2014
5. 3 World Trade Center (3WTC) โดย Rogers Stirk Harbour + Partners ยังไม่มีกำหนดเสร็จ
6. 4 World Trade Center (4WTC) โดย Maki and Associates คาดว่าจะสร้างเสร็จในปี 2013
7. Museum Pavilion โดย Snohetta and Davis Brody Bond Aedas คาดว่าจะสร้างเสร็จในปี 2012
8. National September 11 Memorial โดย Michael Arad และ Peter Walker ซึ่งจะทำพิธีเปิดโดยประธานาธิบดี Barack Obama ในวันนี้ (11 กันยายน 2011)

(เครดิตรูปจาก http://www.tropolism.com/07wtc2.l.jpg )

ตัวอนุสรณ์สถาน National September 11 Memorial ที่ออกแบบโดย Michael Arad นั้นเป็นแบบที่ชนะการประกวด จากแบบที่ถูกส่งกว่า 5,200 แบบ เขาเรียกแบบของเขาว่า "Reflecting Absence" โดยมีการออกแบบเป็นพลาซ่า ที่มีการเจาะช่องขนาดเดียวกับฐานตึกเดิมทั้งสองตึก และเป็นน้ำตกไหลลงไปสู่สระน้ำด้านล่างซึ่งจะสะท้อนให้เห็น skyline ของเกาะแมนฮัตตั้น ตอนแรกเขาได้ออกแบบให้มี แกลเลอรี่ที่อยู่ด้านใต้พลาซ่า เพื่อแสดงรายชื่อของผู้ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ก่อการร้ายที่ตึก World Trade นี้ ทั้งในปี 2001 และปี 1993 ต่อมาแบบได้ถูกเปลี่ยนไปเป็นรายชื่อที่ถูกสลักอยู่บนแท่นที่อยู่ด้านบนพลาซ่าแทน

เวลาสิบปีที่ผ่านไปสำหรับผมแล้วจะดูเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ นับตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ โลกของเราก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ตอนนั้นผมจำได้ว่า เขาพยายามบอกให้ผู้คนหลีกเลี่ยงที่จะไปอยู่ในสถานที่ที่มีคนเยอะๆอย่างพวกห้างสรรพสินค้า โรงหนัง หรือสนามบิน ด้วยความที่กลัวว่าจะมีการก่อการร้ายเกิดขึ้นอีก ตอนนั้นการรักษาความปลอดภัยที่สนามบินเข้มงวดมาก ที่แอลเอห้ามคนที่จะเข้ามาจอดรถในที่จอดภายในสนามบิน แต่ต้องไปจอดที่ลานจอดรถไกลๆแล้วนั่งรถบัสเข้ามา จนทุกวันนี้กว่าจะขึ้นเครื่องบินได้ก็ต้องมีการตรวจกันอย่างละเอียด ทั้งถอดรองเท้า ถอดเสื้อคลุม เอาโน็ตบุ๊คออกมาเอ็กซ์เรย์ ล่าสุดนี้ถึงกับมีข่าวว่ามีคนชราอายุ 95 ปี ถูกขอให้ถอดผ้าอ้อมสำหรับคนชราออกตรวจกันเลยทีเดียว ถึงแม้ความหวาดกลัวว่าจะมีการเกิดการก่อการร้ายขึ้นอีกของคนอเมริกันเท่าที่ผมรู้สึกได้จะลดลงไปเยอะนับตัั้งแต่วันนั้น แต่อย่างไรก็ตามมันยังจะไม่หายไป ตราบที่ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างทั้งสองฝ่ายนั้นยังไม่ได้ถูกแก้ปัญหาให้จบสิ้นไป ซึ่ง ณ ตอนนี้ผมก็ยังนึกไม่ออกเหมือนกันว่ามันจะจบลงตรงไหน ก็ได้แต่หวังว่าโศกนาฎกรรม 9/11 อย่างนี้คงจะไม่เกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง ไม่ว่าที่ไหนในโลกนี้

 
     

กรุณาส่งคำแนะนำมาที่ got_arch@yahoo.com

หน้าแรก | โปรเจค | แกลเลอรี่ | บทความ | ลิ้งค์ | เกี่ยวกับเรา